ข้อความต้นฉบับในหน้า
mb
ย่อท้อของคุณยายอาจารย์แม้ไม่เห็นอะไรก็ไม่หมดความพาก
เพียรมานะพยายาม แม้จะต้องใช้เวลาเพียรไปจนสิ้นชีวิตก็ยินดี
เมื่อปฏิบัติติดต่อกันจากสัปดาห์เป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จิตใจก็
หน่วงเหนี่ยวเอาธรรมะเป็นอารมณ์ แรกๆ ก็ปฏิบัติตอนที่ว่างจากงาน
แต่เมื่อเคยชินหนักเข้า เวลาทำงานก็ภาวนา ปฏิบัติธรรมไปด้วยจน
ครบถึง ๒ ปี ขณะภาวนากำหนดนิมิตอยู่จึงเห็นดวงกลมใสสว่างลอย
นิ่งขึ้นมาตรงศูนย์กลางกาย เห็นชัดเจนแจ่มแจ้งทั้งลืมตาหลับตาอยู่
๒-๓ วันจึงได้บอกอุบาสิกาผู้เป็นครู อุบาสิกาทองสุกจึงสอนให้มอง
เข้ากลางดวงกลมใสสว่างนั้นจะเห็นตัวเอง เมื่อคุณยายอาจารย์มอง
ตามก็เห็นตัวเองสดใสอยู่ ท่านผู้เป็นครูจึงสอนต่อไป ให้มองดูกายทิพย์
กายพรหม กายอรูปพรหม ทั้งหยาบและละเอียดที่ซ้อนกันอยู่ข้างใน
เป็นชั้นๆ เข้าไป แล้วจึงให้มองดูกายธรรมโคตรภู ท่านเกิดความคิดมาว่า
“เราได้เห็นธรรมะแค่นี้ยังทำให้ใจสบายถึงเพียงนี้ แม้ใครจะ
เอาทองคำมาให้มีน้ำหนักเท่าตัวเรา แล้วขอซื้อเอาธรรมะไปไม่ให้เรา
ภาพ : พิธีสลายร่างคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ วัดพระธรรมกาย
เห็นอีกเราก็ไม่ยอม เรารู้แล้วว่าไม่มีอะไรช่วยได้ มีอยู่ทางเดียวคือ
ธรรมะนี้เอง” คุณยายอาจารย์เกิดความรักธรรมะขึ้นจับใจ
เมื่อได้ปฏิบัติธรรมถึงขั้นนี้ คุณยายอาจารย์ก็ระลึกถึงพ่ออีก
ตามเคย จึงบอกอุบาสิกาทองสุก อุบาสิกาทองสุกจึงแนะนำอุปเท่ห์ให้
เข้าสมาบัติด้วยวิชชาธรรมกาย เมื่อจิตละเอียดดีแล้วก็ทำใจให้หยุด
ให้นิ่งเฉย ให้กายทุกกายซ้อนอยู่ในองค์ธรรมกาย แล้วอธิษฐานจิตขอ
พบพ่อ
พอเข้าธรรมกายถูกส่วนรู้สึกว่า กายเบา
ลอยล่องสงบอยู่ ณ ที่เวิ้งว้างเป็นทะเลเพลิงที่
ก๋าลังลุกโชติช่วง ชั่วครู่หนึ่งไฟที่กำาลังโหม
อย่างร้อนแรงก็ค่อยๆ มอดลง ขณะ
เดียวกันรัศมีของธรรมกายเปล่งสว่างจ้า
เดินไปสู่ความสุข
ตามหาพ่อ
๓๗