ข้อความต้นฉบับในหน้า
4
ไม่ติดอยู่ในกาม เป็นผู้เยือกเย็น ย่อมอยู่เป็นสุขตลอด
เวลา...” จากนั้นพระองค์ได้ตรัสพระธรรมเทศนาจน
ท่านเศรษฐีได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
ต่อมาเมื่อท่านกลับมาที่บ้านเกิด จึงเที่ยว
ตรวจดูสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองสาวัตถีว่า มีที่ใดสมควร
เป็นที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อเป็นศูนย์
บัญชาการหลักในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่ง
ต้องเป็นสถานที่ที่มีการคมนาคมสะดวกสบาย ไม่
ไกลจากหมู่บ้านเกินไปนัก เพื่อผู้คนจะได้ไปกราบ
นมัสการได้โดยสะดวก อีกทั้งในเวลากลางวันก็ไม่
จอแจพลุกพล่าน ในยามกลางคืนก็เงียบสงัด เป็น
สถานที่ที่ควรแก่การประกอบความเพียร เมื่อตรวจ
ดูแล้วก็เห็นว่า พระอุทยานของเจ้าเชตเป็นสถานที่
ที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างวัด
ท่านเศรษฐีจึงไปขอซื้อที่ดินจากเจ้าเซต แต่
เจ้าเชตปฏิเสธที่จะขาย เมื่อถูกท่านเศรษฐีรบเร้า
เชิงอ้อนวอนหนักเข้า จึงตั้งราคาเพื่อให้เศรษฐีหมด
อารมณ์ที่จะ
ที่จะซื้อต่อไปว่า “ท่านคหบดี หากท่าน
ต้องการที่ดินผืนนี้จริง ๆ จงเอาเงินมาปูเรียงจน
เต็มพื้นทีเถิด" ท่านเศรษฐีฟังแล้วก็ไม่ได้หวั่นไหวที่จะ
ซื้อที่ดินผืนนั้น แต่กลับรู้สึกปีติที่จะได้สร้างวัด ท่าน
สั่งให้คนนำเกวียนบรรทุกเงินออกมาปูเรียงกันให้เต็ม
พื้นที่ ขณะที่ปูจนใกล้จะเต็มพื้นที่ เจ้าเขตได้เห็น
ความตั้งใจมั่นเช่นนั้น ก็บังเกิดความเลื่อมใส เพราะ
นึกไม่ถึงว่าจะมีผู้มีจิตใจเต็ดเดี่ยวอย่างนี้ในโลก จึง
บอกว่า “พอแล้ว ท่านคหบดี ท่านจงให้โอกาสแก่
เราบ้างเถิด เราขอร่วมบุญตรงซุ้มประตู
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีตอบตกลง แล้วก็
ลุยสร้างวัดทันที หมดงบประมาณไป ๕๔ โกฏิ
นอกจากนี้ยังให้สร้างซุ้มประตูหน้าวัด โดยใช้ชื่อวัด
ว่า “วัดพระเชตวัน” เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าเชตกุมาร
อีกด้วย แต่ด้วยความเป็นผู้เปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม
ของท่าน แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานกว่า ๒,๐๐๐ ปี
เมื่อใดที่กล่าวถึงวัดพระเชตวัน ก็เป็นที่รู้กันโดย
e