การสั่งสมความเป็นครูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 108 เดือนตุลาคม หน้า 58
หน้าที่ 58 / 89

สรุปเนื้อหา

การเป็นครูนั้น นอกจากตนเองจะต้องทำได้ก่อนแล้ว ยังต้องสามารถสอนให้ผู้อื่น ทำตามได้ด้วย การอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจเรื่องโลกและชีวิตตามความเป็นจริง แล้วเกิด กำลังใจสู้กับกิเลสตามพระองค์ไป โดยไม่เลิกล้มความตั้งใจนั้น จึงไม่ใช่ของง่าย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงช่วงเวลาในการสั่งสมความเป็นครูของพระองค์ว่า ต้อง ใช้เวลายาวนานถึง ๔ อสงไขยแสนมหากัป (เวลา ๑ กัป คือ ระยะที่โลกอยู่ในสภาพหมอกเพลิง จนกระทั่งเย็นตัวลงอยู่ในอุณหภูมิปกติ ครั้นแล้วก็กลับเป็นหมอกเพลิงอีกครั้งหนึ่ง) นั่นก็ คือใช้เวลายาวนานมาก ถึงขนาดโลกเกิดการแตกดับหลายครั้งหลายหน จนเป็นเวลา อสงไขยครั้งกับแสนมหากัป จึงได้สําเร็จวิชาครูมาสอนชาวโลก พระพุทธองค์ทรงใช้เวลา นานขนาดนี้เพื่อเตรียมการเทศน์สอน การที่เรามาเกิดทันคำสอนของพระพุทธองค์ในยุคนี้ น

หัวข้อประเด็น

- การสั่งสมความเป็นครูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

การเป็นครูนั้น นอกจากตนเองจะต้องทำได้ก่อนแล้ว ยังต้องสามารถสอนให้ผู้อื่น ทำตามได้ด้วย การอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจเรื่องโลกและชีวิตตามความเป็นจริง แล้วเกิด กำลังใจสู้กับกิเลสตามพระองค์ไป โดยไม่เลิกล้มความตั้งใจนั้น จึงไม่ใช่ของง่าย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงช่วงเวลาในการสั่งสมความเป็นครูของพระองค์ว่า ต้อง ใช้เวลายาวนานถึง ๔ อสงไขยแสนมหากัป (เวลา ๑ กัป คือ ระยะที่โลกอยู่ในสภาพหมอกเพลิง จนกระทั่งเย็นตัวลงอยู่ในอุณหภูมิปกติ ครั้นแล้วก็กลับเป็นหมอกเพลิงอีกครั้งหนึ่ง) นั่นก็ คือใช้เวลายาวนานมาก ถึงขนาดโลกเกิดการแตกดับหลายครั้งหลายหน จนเป็นเวลา อสงไขยครั้งกับแสนมหากัป จึงได้สําเร็จวิชาครูมาสอนชาวโลก พระพุทธองค์ทรงใช้เวลา นานขนาดนี้เพื่อเตรียมการเทศน์สอน การที่เรามาเกิดทันคำสอนของพระพุทธองค์ในยุคนี้ นับว่าเป็นโชคดีหลายชั้นทีเดียว ช่วงเวลาที่พระพุทธองค์ทรงเริ่มต้นสั่งสมความเป็นครูนั้น ต้องย้อนกลับไปอีก ๔ อสงไขยแสนมหากัปที่แล้ว ซึ่งตรงกับสมัยของพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า ในชาตินั้น พระพุทธองค์ก็ทรงเป็นนักบวชมีชื่อว่า “สุเมธดาบส” ในวันที่ท่านได้พบกับพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าทีปังกรนั้น บุญบารมีของท่านมากพอที่จะเป็นพระอรหันต์แล้ว ถ้าท่านตัดสินใจจะเป็น พระอรหันต์ในวันนั้นเพียงอาราธนาให้พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประทับยืนอยู่ตรงหน้า ทรงเทศน์ให้ฟัง ก็สามารถหมดกิเลสได้ทันที แต่ท่านคิดว่า การตรัสรู้เพียงลำพังตัวคนเดียว ชีวิตของชาวโลกในวันข้างหน้าจะ พ้นทุกข์ได้อย่างไร ต่างก็คงไม่แคล้วต้องจมอยู่ใต้กองทุกข์อย่างไม่รู้จบรู้สิ้น จึงไม่เป็นการ สมควรเลยที่เราจะหมดกิเลสไปเพียงลำพังคนเดียว เราควรจะพาคนอื่นข้ามกองทุกข์ไปด้วย ท่านจึงตัดสินใจสั่งสมวิชาครูต่อไปอีก ๔ อสงไขยแสนมหากัป เพื่อรื้อขนชาวโลกที่ยัง ตกค้างจากสมัยพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ หน้านี้ ไปกับพระองค์ด้วย เพราะฉะนั้น ในช่วงตลอด ๔ อสงไขยแสนมหากัปที่ผ่านมา พระพุทธองค์จึงได้ ทรงเตรียมเทศน์เตรียมสอนมาอย่างต่อเนื่อง สั่งสมความเป็นครูมาข้ามภพข้ามชาติ ก่อนที่ พระองค์จะทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวโลกเสียอีก จนกระทั่งเมื่อมาถึงชาติ สุดท้าย ความเป็นครูของพระองค์ก็สมบูรณ์แบบ วาจาของพระองค์จึงเป็นวาจาสุภาษิต ทุกถ้อยคำามีฤทธิ์มีเดชสู้กับอ่านาจกิเลสได้อย่างทันควัน อีกทั้งยังเหมาะสมกับระดับสติ ปัญญาของผู้ฟัง ทำให้เมื่อตรัสเทศนาจบก็จะมีผู้ฟังบรรลุธรรมตามทันทีทุกครั้งไป ดังนั้น การที่เราได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา แม้ไม่ทันพบพระพุทธองค์ แต่ก็ยัง ได้พบคำสอนที่ได้มายากแสนยาก นานแสนนานนับอสงไขยภพอสงไขยชาติไม่ถ้วน จึงนับ เป็นโชคหลายชั้นของชีวิตเรา และเป็นความโชคดีอย่างมหาศาลที่ได้เกิดมาในยุคนี้ และได้ มาบวชอยู่ในพระศาสนาของพระพุทธองค์ 71 ๗๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More