ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก็เปลี่ยนใจกะทันหัน กลับเข้ากรุงเทพฯ ซะงั้น! พอ
มาอยู่กรุงเทพฯ ก็เหมือนชะตาฟ้าลิขิตให้ไปสมัครงาน
กับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของบริษัทเป็นครอบครัวที่
ไปวัดพระธรรมกาย ในวันนัดสัมภาษณ์งาน ท่านถูก
ชวนให้บวชทันที “ต้องบวชก่อนจึงจะรับเข้าทำงาน”
ตอนนั้นไม่รู้ว่าคิดอย่างไรท่านจึงตอบตกลงบวชไป
ง่าย ๆ แล้วเจ้าของบริษัทก็จัดการเรื่องการบวชให้
หมดทุกอย่าง
เมื่อเข้าโครงการอบรม ท่านรวบรวมความกล้า
โทรศัพท์หาโยมแม่ ซึ่งพอรู้ว่าท่านกลับมาแล้วและ
กำลังจะบวช โยมแม่ร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจจน
ท่านแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ท่านกล่าวว่าโครงการนี้
เป็นโครงการบวชเพชรน้ำหนึ่งของเมืองไทย เพราะ
ผู้บวชจะได้ปฏิบัติธรรม ซึ่งจะทำให้ได้พบความสุข
ภายในและการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต
“ช่วงแรกที่อาตมานั่งสมาธิ อาตมาจะฟุ้งซ่าน
คิดถึงบ้านมาก แต่มาได้เสียงนำนั่งสมาธิของ
หลวงพ่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หายกังวล และมี
กำลังใจ จนมีอยู่คืนหนึ่งประมาณ ๔ ทุ่ม อาตมาได้
ลุกขึ้นมานั่งสมาธิ โดยตั้งปณิธานกับตัวเองว่า วันนี้
ๆ
จะต้องเข้าถึงธรรมให้ได้ ถ้าวันนี้ไม่ได้ จะไม่ลุก สว่าง
เป็นสว่าง คืนนี้เป็นไงเป็นกัน พอเริ่มนั่งแรก ๆ ก็ไม่
เป็นไร แต่พอนั่งไปนั่งไป ก็รู้สึกตัวชา ขาชา เหน็บ
กินไปทั้งเนื้อทั้งตัว ตัวมันเริ่มหนักขึ้น ๆ แล้วสักพัก
ตัวก็เริ่มเบาขึ้น โล่งขึ้น และสบายขึ้น ต่อมาก็เห็น
เป็นดาวดวงเล็ก ๆ อยู่ไกล ๆ ค่อย ๆ ลอยมาใกล้
จนมาอยู่ตรงหน้า จนเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเป็น
ดวงแก้วขนาดเท่าลูกฟุตซอล (เล็กกว่าลูกฟุตบอล
เล็กน้อย) พอมองไปสักพักก็เห็นเป็นองค์พระผุด
ขึ้นมาในดวงแก้ว อาตมาจึงนึกน้อมท่านเข้าไปไว้ที่
ศูนย์กลางกาย แล้วเห็นท่านค่อย ๆ ลอยเข้ามา
จากนั้นเหมือนมีลมดูดดวงแก้วเข้าไปอยู่ในกลางท้อง
ของอาตมา มองเห็นองค์พระชัดมาก มีแสงสว่างออก
มาสวยมาก ส่วนดวงแก้วก็ใสมาก รู้สึกมีความสุขมาก
เลย ตอนนี้ขนาดออกจากสมาธิแล้ว ก็ยังเห็นองค์พระ
ชัดใสแจ่มติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา องค์พระ
ทำให้อาตมาเดินยิ้มได้ อารมณ์ดีได้ทั้งวัน ตอนนี้
อาตมาขอหยุดชีวิตไว้ตรงนี้ ขอหยุดที่ศูนย์กลางกาย
และขอบวชแบบนี้ไปวันต่อวัน เพราะนี่คือความฝัน
คือชีวิตแท้ที่ตามหามานาน”