ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อพุทธบริษัท ๔ เป็นหนึ่งเดียวกัน
ความเป็นปึกแผ่นของพระพุทธศาสนาก็บังเกิดขึ้น
วัดพระเชตวันที่สร้างโดยอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในครั้งพุทธกาล รองรับ
พระภิกษุได้นับหมุนรูป รองรับญาติโยมได้เป็น
แสนคน ภายในมีพระคันธกุฎี ซึ่ง
ซึ่งเป็นที่ประทับของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีเสนาสนะสำหรับพระเถระ
และพระสงฆ์สาวก มีสระโบกขรณี มีศาลา ที่
จงกรม ที่พักกลางวัน ที่พักกลางคืน ฯลฯ
นอกจากนี้ อาณาบริเวณวัดยังได้รับการตกแต่ง
Go
อย่างสวยงามสะอาดสะอ้าน สมเป็นสถานที่
ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ราคาสิ่งก่อสร้าง
ต่าง ๆ ภายในวัดสูงถึง โกฏิ ค่าที่ดินอีก ๑๘
โกฏิ ค่าท่าบุญฉลองวัดเป็นเวลา ๙ เดือน อีก ๑๘
โกฏิ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๕๔ โกฏิ (๕๔๐ ล้าน
กหาปณะ) คิดเป็นเงินปัจจุบันหลายหมื่นล้านบาท
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีผู้สร้างวัด
พระเชตวันได้รับการสรรเสริญจากพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าว่า เป็นเลิศกว่าอุบาสกทั้งหลายผู้
ถวายทาน
ส่วนวัดบุพพารามที่สร้างโดยมหาอุบาสิกา
วิสาขา มีปราสาทชื่อมิคารมาตุปราสาท เป็นที่
๖๒
ประทับของพระบรมศาสดาและพระสงฆ์สาวก
ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นอย่างสวยงามและประณีต
คุมการก่อสร้างโดยพระมหาโมคคัลลานะ
ตัวปราสาทมี ๒ ชั้น มีห้องพัก 9,000 ห้อง บน
หลังคาปราสาทมีสถานที่เก็บน้ำสร้างด้วยทองคำ
จุน้ำ ๖๐ ถัง รวมค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๙ โกฏิ ค่า
ทดน ส โกฏิ ทำบุญฉลองวัดนาน ๔ เดือน เป็น
เงิน ๙ โกฏิ รวมทั้งสิ้น ๒๗ โกฏิ (๒๗๐ ล้าน
กหาปณะ)
มหาอุบาสิกาวิสาขาได้รับการสรรเสริญจาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เป็นเลิศกว่าอุบาสิกา
ทั้งหลายผู้ถวายทาน
วัดทั้ง ๒ แห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่ประทับของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางการ
เผยแผ่พระศาสนาในยุคนั้นอีกด้วย กล่าวคือ เมื่อ
พระภิกษุในวัดต่าง ๆ ออกพรรษาแล้ว ก็จะส่งตัว
แทนไปเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา และพักอยู่ที่วัด
พระเชตวันระยะหนึ่ง เพื่อเรียนรู้พระธรรมคำสอน
และข้อบัญญัติต่าง ๆ เมื่อท่องจำคำสอนต่าง ๆ
ได้แม่นยำแล้ว จึงกราบบังคมทูลลากลับวัด
62