ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปกิณกธรรม
เรื่อง : พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ. ๙ / พระมหาวิริยะ ธมฺมสารี ป.ธ. ๙ / ภาพประกอบ : กองพุทธศิลป์
ชิตัง เม
เราชนะแล้ว
อยู่ในบุญ
“ความตระหนี่และความประมาท เป็นเหตุให้คนเราให้ทานไม่ได้ ผู้มีปัญญาเมื่อต้องการบุญ
จึงให้ทานเถิด” (พิลารโกสิยชาดก)
ความตระหนี่และความประมาทเป็นเหตุ
ทำให้คนเราไม่ยอมทำทาน เมื่อไม่ให้ก็ไม่ได้บุญ
เพราะบุญเกิดจากการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
บุญนั่นเองเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จ
ในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตของปุถุชนจนกระทั่งถึงความเป็น
พระอริยเจ้า บุญจะบันดาลให้เราพรั่งพร้อมด้วย
สมบัติทั้งสาม คือ เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมี
โภคทรัพย์สมบัติไว้ใช้สร้างบารมี หล่อเลี้ยงตัวเอง
และผู้อื่นอย่างสะดวกสบาย เมื่อเป็นชาวสวรรค์ก็
จะมีทิพยสมบัติอันประณีต ครั้นบารมีเต็มเปี่ยมก็
จะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน
เมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังสร้างบารมี
เสวยพระชาติเป็นพระบรมโพธิสัตว์ พระองค์ได้
พิจารณาด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมว่า ทานบารมี
เป็นบันไดก้าวแรกของการสร้างบารมีทั้งหมด จึง
ได้เริ่มต้นสร้างมหาทานบารมีก่อน เพราะถ้าหาก
ทานบารมีเต็มเปี่ยม จะทำให้การสร้างบารมีอย่าง
อื่นทำได้สะดวกสบายขึ้น
ยามใดที่เราพรั่งพร้อมด้วยโภคทรัพย์สมบัติ
มีศรัทธา พบเนื้อนาบุญ ยามนั้นเราจะสามารถสร้าง
บารมีได้สะดวกสบาย แต่ยามใดที่เราไม่มีไทยธรรม
หรือโภคทรัพย์สมบัติ แม้จะมีศรัทธา มีเนื้อนาบุญ
เราก็ไม่สามารถจะให้ทานได้ กว่าจะสร้างบารมีอื่น ๆ
ได้แต่ละอย่างก็แสนจะลำบาก เพราะฉะนั้นทานบารมี
จึงเป็นสิ่งที่สําคัญของการเดินทางไกลในสังสารวัฏ
เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต มีพราหมณ์
สองสามีภรรยาอาศัยอยู่ในเมืองสาวัตถี ทั้งคู่เป็น
คนยากไร้ มีสมบัติติดตัวเพียงแค่ผ้านุ่งคนละผืน
และผ้าห่มที่ใช้สำหรับคลุมกายเพียงผืนเดียว เวลา
จะออกไปนอกบ้านก็ต้องผลัดกันไป
วันหนึ่งได้มีการประกาศไปทั่วเมืองว่า พระ
บรมศาสดาจะเสด็จมาแสดงพระธรรมเทศนา เมื่อ
พราหมณ์และพราหมณีได้ยินดังนั้น เกิดจิตเป็นกุศล
อยากไปฟังธรรมกับเขาบ้าง แต่เนื่องจากทั้งสองมี
ผ้าห่มเพียงผืนเดียว ไม่อาจไปฟังธรรมพร้อมกันได้
พราหมณ์จึงบอกนางพราหมณีว่า “ให้น้องไปฟังธรรม
ในตอนกลางวันเถิด ส่วนฉันจะไปฟังธรรมในตอน
กลางคืน” ตกกลางคืน พราหมณ์ได้ไปฟังธรรมที่วัด
ตามที่ตกลงกันไว้ เขาเกิดความเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง
มีปีติแผ่ซ่านไปทั่วกาย จึงเกิดจิตเป็นกุศลว่า จะ