ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖๔
G'S
GY'S
นั่นมิใช่สรณะอันเกษม นั่นมิใช่สรณะอันสูงสุด เพราะผู้อาศัยสรณะเช่นนั้น ย่อมไม่
พ้นจากทุกข์ทั้งปวง
ส่วนผู้ที่ถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ ย่อมใช้ปัญญาชอบพิจารณา
เห็นอริยสัจ ๔ ประการ คือ
ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และอริยมรรคมีองค์ ๘ อันเป็นข้อปฏิบัติให้ถึง
ความสงบระงับทุกข์
นั่นเป็นสรณะอันเกษม นั่นเป็นสรณะอันสูงสุด เพราะผู้อาศัยสรณะเช่นนั้น ย่อม
พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
หลังจากจบพระธรรมเทศนา นักบวชอัคคิทัตและสาวก ๑๐,๐๐๐ คน ก็ได้บรรลุ
โลกุตรธรรมเป็นพระอรหันต์ และก็กลายเป็นเรื่องราวตัวอย่างของการเข้าถึงพระรัตนตรัย
ภายใน อันเป็นเหตุให้บรรลุโลกุตรธรรมในตัว
ด้วยเหตุนี้ การให้โลกุตรธรรมจึงเป็นการตอบแทนคุณข้าวปลาอาหารของญาติโยม
ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด เพราะให้ความอิ่มธรรมที่นำไปสู่สภาพหมดกิเลสและพ้นทุกข์ ทำให้
การถวายข้าวปลาอาหารในแต่ละมื้อ และการบำรุงเลี้ยงด้วยปัจจัย ๔ ต่าง ๆ ในแต่ละวัน
เต็มไปด้วยบุญกุศลอย่างเต็มที่ ญาติโยมจึงได้รับความสุขจากโลกุตรธรรมที่ได้รับการแบ่ง
ปันมาจากวัด
ดังนั้น “วัดที่ไม่มีวันร้าง” ก็คือ วัดที่เป็นผู้ให้โลกุตรธรรมแก่สังคม โดยมี “พระภิกษุ
ผู้นําเพ็ญภาวนาด้วยความเคารพในธรรมยิ่งกว่าชีวิต" เป็นผู้ทำาหน้าที่แจกจ่าย "โลกุตรธรรม
ให้แก่ประชาชน นี่คือเหตุที่มาแห่งความเจริญรุ่งเรืองของวัดและของพระพุทธศาสนา และวัด
ก็กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการบรรลุธรรมของชาวพุทธ เป็นสถานที่สืบทอดพระพุทธ
ศาสนาเป็นสถานที่สืบทอดพระพุทธประสงค์ของพระบรมศาสดาที่จะช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์
ไปอีกนานแสนนาน
๒. หน้าที่สำคัญของวัดต่อสังคม
คุณค่าของวัดอยู่ที่ความศักดิ์สิทธิ์ แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของวัดไม่ได้อยู่ที่การปลุกเสก
เวทมนตร์หรือใช้เล่ห์ก
ล่ห์กลคาถา ไม่ได้อยู่ที่การดูดวง การแก้บน การใบ้หวย การเสี่ยงทาย
เพราะการให้สิ่งเหล่านี้แก่ประชาชน เป็นการสร้างความศักดิ์สิทธิ์แบบหลอก ๆ เป็นความ
ๆ
ศักดิ์สิทธิ์แค่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ไม่นานก็จะต้องร้างไป เพราะยังเจือปนด้วยอาสวกิเลส
2 อัคคิทัตตปุโรหิตวัตถุ.ขุ. ธ. ๒๕/๑๘๘-๑๙๒/๙๒ (มจร.)