การประเมินตนเองในพระพุทธศาสนา วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 102 เดือนเมษายน หน้า 62
หน้าที่ 62 / 84

สรุปเนื้อหา

ไม่ควรทำ ไม่เตร็ดเตร่เหลวไหล แต่สามารถควบคุม ตัวเองได้ อะไรดีเราท่าสิ่งนั้น ถ้ารู้จักตัวเองในเรื่อง วินัยอย่างนี้ เรื่องศีลอย่างนี้ ความมั่นใจจะเพิ่มพูน ขน ขึ้น - สุตะ หรือการฟัง ในสมัยพุทธกาล ความ รู้ได้มาจากการฟังเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันสุตะรวมถึง การอ่านด้วย การอ่าน การฟัง ก็คือความรู้นั่นเอง ต้องสํารวจตัวเองว่า เรามีความรู้แค่ไหน จะเพิ่มพูน ความรู้ได้อย่างไร ถ้ารู้จักตรงนี้ดีแล้ว จะประเมิน ตัวเองได้ เราอยากเป็นเจ้าของบริษัทโปรแกรมเมอร์ เจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุด ถ้าเรามีวินัยพอ มีความรู้พอ และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ถ้าอย่างนี้ แล้วก็จะมีความมั่นใจว่าเป็นได้ ๔. จาคะ ความเสียสละของเรามีแค่ไหน บางคนสงสัยว่าเสียสละจะเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างไร เกี่ยวสิ เวลาเราทำงานคิดแต่ตัวเองอย่างเดียวไม

หัวข้อประเด็น

- การประเมินตนเองในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไม่ควรทำ ไม่เตร็ดเตร่เหลวไหล แต่สามารถควบคุม ตัวเองได้ อะไรดีเราท่าสิ่งนั้น ถ้ารู้จักตัวเองในเรื่อง วินัยอย่างนี้ เรื่องศีลอย่างนี้ ความมั่นใจจะเพิ่มพูน ขน ขึ้น ๓. - สุตะ หรือการฟัง ในสมัยพุทธกาล ความ รู้ได้มาจากการฟังเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันสุตะรวมถึง การอ่านด้วย การอ่าน การฟัง ก็คือความรู้นั่นเอง ต้องสํารวจตัวเองว่า เรามีความรู้แค่ไหน จะเพิ่มพูน ความรู้ได้อย่างไร ถ้ารู้จักตรงนี้ดีแล้ว จะประเมิน ตัวเองได้ เราอยากเป็นเจ้าของบริษัทโปรแกรมเมอร์ เจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุด ถ้าเรามีวินัยพอ มีความรู้พอ และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ถ้าอย่างนี้ แล้วก็จะมีความมั่นใจว่าเป็นได้ ๔. จาคะ ความเสียสละของเรามีแค่ไหน บางคนสงสัยว่าเสียสละจะเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างไร เกี่ยวสิ เวลาเราทำงานคิดแต่ตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีความเสียสละ ทั้งสละสิ่งของและมีน้ำใจให้ กับคนอื่น และต้องมีการสละอารมณ์ด้วย ถ้าเช็ก แล้วใครมีจาคะน้อย อย่าไปทำงานที่ต้องเกี่ยวข้อง กับคนมาก ๆ จะไปเป็นเจ้าของบริษัทบริหารคน จำนวนมาก ไปไม่รอด เพราะการดูแลคนจำนวน มากจะเจอเรื่องไม่ถูกใจเราแน่นอน ถามว่าเราเคย ขัดใจตัวเองไหม ว่าเราไม่น่าทำอย่างนั้นเลย คิดว่า ทุกคนเคยเจอทั้งนั้น ตัวเราแท้ ๆ มือก็ของเรา เท้า ก็ของเรา เรายังเคยขัดใจตัวเองเลย ถ้าไปอยู่กับ คนหมู่ใหญ่ อย่างไรก็ต้องเจอเรื่องขัดใจแน่นอน ยิ่งเกี่ยวข้องกับคนหมู่มากเท่าไร เรื่องขัดใจยิ่งมาก ถ้าเราเป็นคนที่ไม่รู้จักสละอารมณ์ ขัดใจแล้วเก็บ เอาไว้ในใจ ขึ้นไปยุ่งกับคนมาก ๆ ก็จะเครียด ฉะนั้น จะทำงานปกครองคน บริหารคน หมู่มากได้ต้องมีจาคะ เช็กตัวเองเรื่องนี้ให้ดี ๕. ปัญญา ข้อนี้เป็นการนำเอาความรู้ความ สามารถทั้งหมดของเรามาใช้ ตอนสุตะเป็นในแง่ ความรู้ เป็นการรับเข้ามา แต่ปัญญาเป็นการเอา ความรู้มาย่อย แล้วน่าออกไปสู่การปฏิบัติ คือการ ใช้ความรู้ ใช้ความสามารถจริง ๆ ทำให้เกิดเป็น ผลิตผลขึ้นมาให้สำเร็จ เรามีเรื่องนี้แค่ไหน? 5. ปฏิภาณ หรือไหวพริบ ต่างจากปัญญาซึ่ง เป็นลักษณะแบบ long-run ระยะยาว แต่ว่าปฏิภาณ คือเจอปัญหาแล้วมีไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะ หน้าได้อย่างดี เรามีแค่ไหน? ทั้ง 5 ด้านนี้เช็กให้ดี ให้เข้าใจและรู้จักตัวเอง ให้ดี แล้วพัฒนาปรับปรุงให้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือการปรับตัวเราให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อย่างแท้จริง แล้วเราจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ในชีวิต เพราะฉะนั้น ถ้าดูแง่นี้เราจะพบว่า Self Evaluation หรือการประเมินตัวเองนั้น จริง ๆ แล้ว พระพุทธเจ้าท่านประเมินทั้ง 5 ข้อเลย แต่ 4 Self มีแค่ครึ่งเดียวยังขาดข้อ ๔,๕,๖ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงกล่าวไว้ ถ้าครบทั้ง 5 ข้อ จะสมบูรณ์ คราวนี้มาถึงว่า ทำอย่างไรเราจะปรับทั้ง 5 ข้อ ให้เกิดขึ้นกับตัวเราให้ได้ ขอยกตัวอย่างข้อแรก เรื่องของศรัทธา คือการรู้ว่าจริง ๆ แล้วเราอยาก ทำอะไร งานที่เราถนัดคืออะไร งานที่เรารักจริง ๆ คืออะไร บางท่านอายุ ๔๐ ปี ๕๐ ปีแล้ว รู้สึกว่า จะให้ไปเปลี่ยนงานใหม่ตอนนี้คงจะไม่ทัน แต่รู้จัก ตัวเองไว้ก็ไม่เสียหาย โดยเฉพาะถ้าเรามีลูกมีหลาน หรือมีลูกศิษย์ ช่วยสอนเขาด้วย มีหลักง่าย ๆ อย่างนี้ คือ สอนให้ลูกแม้กระทั่งอยู่ประถมก็ตาม ให้เริ่มคิด เลยว่า โตขึ้นอยากจะเป็นอะไร เด็ก ๆ อาจจะยัง เห่อ เช่น ตอนนั้นกำลังเห่อฟุตบอล อยากจะเป็น นักฟุตบอลอาชีพ บางทีเห่อดารา อยากจะเป็นดารา อยากจะเป็นนักร้อง อยากจะเป็นนักขับรถแข่ง เขา อยากจะเป็นอะไร ให้เขาเขียนมาเลย ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ บางคนไปดูหนังมา ทนายเรื่องนี้เก่งจังเลย อยาก เป็นทนาย เขียนไปเลย แล้วถ้าทำได้ให้เขียนเหตุผล ๗๒ 72
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More