ความบริสุทธิ์ของทักษิณา วารสารอยู่ในบุญ ปี 2551 ฉบับที่ 65 เดือนมีนาคม หน้า 9
หน้าที่ 9 / 89

สรุปเนื้อหา

“ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรม และผลแห่งกรรม ให้ทานในคนทุศีล ทักษิณาของผู้นั้น ชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายทายก ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่ เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรม และผลของกรรม ให้ทานในคนมีศีล ทักษิณา ของผู้นั้นชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ทราบถึงความบริสุทธิ์ของทักษิณา (ของที่นำมาถวาย) ว่ามีอยู่ ๔ อย่างด้วยกันคือ ทักษิณาทาน บางอย่างบริสุทธิ์ฝ่ายทายก ไม่ บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก บางอย่างบริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ไม่บริสุทธิ์ ฝ่ายทายก บางอย่างฝ่ายทายกก็ไม่บริสุทธิ์ ฝ่ายปฏิคาหก ก็ไม่บริสุทธิ์ บางอย่างบริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เพราะฉะนั้นหากทักษิณาบริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย คือทั้งผู้รับและผู้ให้ ผลบุญใหญ่ก็จะบังเกิดขึ้น ส่งผล ให้ประสบความสุขความสําเร็จมากกว่าทักษิณาที่

หัวข้อประเด็น

- ความบริสุทธิ์ของทักษิณา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรม และผลแห่งกรรม ให้ทานในคนทุศีล ทักษิณาของผู้นั้น ชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายทายก ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่ เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรม และผลของกรรม ให้ทานในคนมีศีล ทักษิณา ของผู้นั้นชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ทราบถึงความบริสุทธิ์ของทักษิณา (ของที่นำมาถวาย) ว่ามีอยู่ ๔ อย่างด้วยกันคือ ทักษิณาทาน บางอย่างบริสุทธิ์ฝ่ายทายก ไม่ บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก บางอย่างบริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ไม่บริสุทธิ์ ฝ่ายทายก บางอย่างฝ่ายทายกก็ไม่บริสุทธิ์ ฝ่ายปฏิคาหก ก็ไม่บริสุทธิ์ บางอย่างบริสุทธิ์ทั้งฝ่ายทายกและฝ่ายปฏิคาหก เพราะฉะนั้นหากทักษิณาบริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย คือทั้งผู้รับและผู้ให้ ผลบุญใหญ่ก็จะบังเกิดขึ้น ส่งผล ให้ประสบความสุขความสําเร็จมากกว่าทักษิณาที่ ไม่บริสุทธิ์ จากนั้น พระพุทธองค์ทรงสรุปเรื่องการถวาย ทานต่อไปอีกว่า “ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรม มี จิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรมและผลแห่งกรรม ให้ทานใน คนทุศีล ทักษิณาของผู้นั้น ชื่อว่าบริสุทธิ์ฝ่ายทายก ผู้ใดทุศีล ได้ของมาโดยไม่เป็นธรรม มีจิตไม่เลื่อมใส ไม่เชื่อกรรม และผลของกรรม ให้ทานในคนมีศีล ทักษิณาของผู้นั้นชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายปฏิคาหก ผู้ใดมีศีล ได้ของมาโดยธรรมมีจิตเลื่อมใสดี เชื่อกรรมและผลของกรรม ให้ทานในคนมีศีล เรา กล่าวทานของผู้นั้นว่า มีผลไพบูลย์ ผู้ใดปราศจาก ราคะแล้ว ได้ของมาโดยธรรม มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อ กรรมและผลของกรรม ให้ทานในผู้ปราศจากราคะ ทานของผู้นั้นนั่นแลเลิศกว่าอามิสทานทั้งหลาย เหตุผลสําคัญอีกประการที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงสนับสนุนให้ทายกถวายทานกับหมู่สงฆ์แทน การถวายเฉพาะเจาะจง เพราะทรงเห็นว่าพระองค์ เองจะดำรงอยู่ไม่นาน แต่ศาสนาจักตั้งอยู่ได้เพราะ หมู่สงฆ์ ชนรุ่นหลังควรให้ความเคารพยำเกรงใน หมู่สงฆ์ ท่านสาธุชนทั้งหลาย... การถวายทานกับ พระสงฆ์ ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญของโลกนั้น มีอานิสงส์ ยิ่งใหญ่นับไม่ได้ประมาณไม่ได้ เหมือนเราไม่อาจ นับเม็ดฝนที่ตกจากฟากฟ้าได้ ดังที่เราสวดมนต์กัน เป็นประจำว่า “สังโฆ สุเขตตาภยติเขตตสญฺญโต พระสงฆ์เป็นนาบุญอันดียิ่งใหญ่กว่านาบุญอันดี ทุกอย่าง" ด้วยเหตุนี้พระพุทธองค์จึงทรงให้ความสำคัญ ต่อการถวายสังฆทานมาก เมื่อปรารภจะสั่งสมบุญ อะไรแล้ว ก็อย่าลืมถวายเป็นสังฆทาน ดังนั้น ในวันที่ ๒๒ เมษายนนี้ วันคุ้มครองโลก พระสงฆ์ผู้เป็น ทักขิไณยบุคคลได้เดินทางมาจากทั่วโลก เพื่อมา ประชุมกัน ณ มหารัตนวิหารคด มาเป็นเนื้อนาบุญ ให้กับพวกเราแล้ว พุทธศาสนิกชนควรใช้โอกาสนี้ ชักชวนหมู่ญาติไปถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน เป็นการสนับสนุนการประพฤติปฏิบัติธรรมของท่าน อีกทั้งเป็นการช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ สืบทอดไปสู่รุ่นหลังต่อไป ส่วนบุญใหญ่นั้น จะส่งผล ให้เรามีสมบัติอัศจรรย์ทันใช้สร้างบารมีอย่างไม่ขาด ตกบกพร่อง จะได้เกิดในบวรพุทธศาสนาไปทุกภพ ทุกชาติ เวียนวนอยู่แต่ในสุคติภูมิตลอดไปจนกว่า จะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน “ชนเหล่าใดได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ปราศจาก ความตระหนี่ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นผู้มีความเคารพในพระรัตนตรัย ชนเหล่านี้ ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ (มัจฉริสูตร)
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More