ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชาวปวาเก่อญอรูปแรกของโลก ที่ได้รับตำแหน่ง ก็พูดว่า เห็นอาตมาขออยู่เรื่อยๆ ขอเท่าไรก็ไม่พอ
อันทรงเกียรตินี้
นักขอผู้ยิ่งใหญ่
ความมหัศจรรย์ของถนนพุทธวิถีนี้ ไม่เพียง
แต่จะสร้างขึ้นด้วยสองมือและพลังใจของพี่น้อง
ชาวไทยภูเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นถนนที่ไม่ได้อาศัย
งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด ซึ่งแน่นอน
ว่าผู้ที่จะต้องแบกรับภาระอันสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ
ท่านเจ้าคุณพระพิศาลประชานุกูล ที่ต้องทำหน้าที่
แจงข่าวบุญกับทุกๆ คนที่รู้จัก ซึ่งระยะเวลาตลอด
๑๐ ปีที่ผ่านมา ท่านต้องพบเจอกับทั้งผู้ที่ยินดีให้
ความช่วยเหลือและอุปสรรคจากผู้ที่ไม่เข้าใจ ซึ่ง
พระพิศาลประชานุกูลได้เมตตาเล่าถึงเรื่องนี้ว่า
“๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาอาตมาต้องดิ้นรน เพื่อให้
งานสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เรียกว่ารู้จักใคร
เป็นไม่ได้ แม้รู้จักนิด ๆ หน่อย พอเขาส่งยิ้มมา
ก็จะไปบอกบุญเขาเลย บอกบุญปลากระป๋องบ้าง
มาม่าบ้าง บอกขอให้ช่วยบริจาคสิ่งนั้น สิ่งนี้ บอกบุญ
เขาอยู่เรื่อยๆ เจอใครก็ทำอย่างนี้ แต่มีบางคนที่
เขาไม่ค่อยชอบก็จะพูดว่านี่มันเป็นเรื่องของทางการ
จะทำไปทำไม แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็บอกว่ารอมา
นานไม่เห็นมาทำสักที อาตมาก็ต้องทำ หรือบางคน
สักที ที่เขาพูดเพราะเขาไม่รู้ว่ากว่าจะได้ถนนสัก
กิโลเมตรหนึ่งต้องหมดข้าวหมดของไปเป็นคันรถ
เพราะเราใช้แรงคนขุด ไม่ได้ใช้เครื่องจักร
คนที่ไม่ชอบใจก็เลยตั้งฉายาให้อาตมาว่าเป็น
ชูชก แต่อาตมาคิดว่า อาตมาไปขอบริจาคเครื่อง
อุปโภค บริโภคที่เป็นส่วนเกินของเขา ซึ่งไม่ได้ทำให้
เขาเดือดร้อนเลย เพราะคิดว่าหากเขาเอาไปแจกให้
กับคนยากจน ก็เพียงช่วยให้คนจนอิ่มไปได้มื้อหนึ่ง
แล้วมันก็หมดไปเฉยๆ แต่ว่าอาตมาเอาข้าวของมา
เลี้ยงชาวบ้านที่มาช่วยกันขุดถนน ซึ่งข้าวของก็หมด
ไปเหมือนกัน แต่ได้ถนนที่จะเป็นสาธารณประโยชน์
ต่อไป และยังเป็นการสอนชาวบ้านให้รู้จักความขยัน
ไม่ต้องคอยเอาแต่ขอความช่วยเหลืออยู่ร่ำไป ซึ่ง
ชาวบ้านทุกคนก็ภาคภูมิใจกับถนนที่พวกเขาช่วยกัน
ขุดขึ้นมา ซึ่งถือเป็นอนุสาวรีย์แห่งความสามัคคี
ของชาวไทยภูเขาเลยทีเดียว
นอกจากนี้ การสร้างถนนยังช่วยให้การเผยแผ่
ธรรมะได้รับการยอมรับจากชาวบ้านมาก ช่วงปีใหม่
ที่ผ่านนี้ ที่วัดของอาตมาจัดให้มีการปฏิญาณตนเป็น
พุทธมามกะของพี่น้องชาวปวาเก่อญอ จำนวนถึง
๕๐๐ ครอบครัว และเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ที่ผ่านมา
อาตมาและเพื่อนสหธรรมิกได้ไปทำหน้าที่เชิญชวน