การแยกความอยากและความจำเป็น วารสารอยู่ในบุญ ปี 2551 ฉบับที่ 65 เดือนมีนาคม หน้า 57
หน้าที่ 57 / 89

สรุปเนื้อหา

...แยกให้ออกนะลูกนะ need กับ want คือ ความอยากกับความจำเป็นที่ต้อง แยกให้ออก ความอยากไม่ใช่ความจำเป็น ความจำเป็นไม่ใช่ความอยาก แต่ว่าคน ส่วนมากพออยากได้อะไรขึ้นมา อยากกินอะไรขึ้นมา เกิดความรู้สึกว่านี่คือจำเป็น ตรงนี้แหละที่ทำให้ได้เท่าไรก็ไม่พอใช้ ก็พิจารณาตัวเองให้ดี... มันก็เป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ว่าที่เท่าไร ๆ ก็ไม่พอใช้นี่ โรคประเภทนี้ต้องแก้ไขด้วยตะพูดเสียละมั้ง ปู่ย่า ตาทวดสอนไว้ว่า จะกินจะใช้อะไร ประการแรก ท่านว่าเอาไว้ จะกินจะใช้อะไร ท่านก็บอกว่าให้กินตอนหิว อย่าไปกินตอนอยาก เพราะว่าถ้าจะไปกินตอนอยากละก็ มันก็อยากอยู่ เรื่อย ถ้าไปกินตอนหิวละก็ มันจำเป็น มันจะต้องกิน พูดง่ายๆ หลักการตรงนี้ก็คือ ต้องแยกให้ออกนะลูกนะ need กับ want คือ ความอยากกับความจำเป็นต้องแยกให้ออก ความอยากไม่ใช่ความ

หัวข้อประเด็น

- การแยกความอยากและความจำเป็น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

...แยกให้ออกนะลูกนะ need กับ want คือ ความอยากกับความจำเป็นที่ต้อง แยกให้ออก ความอยากไม่ใช่ความจำเป็น ความจำเป็นไม่ใช่ความอยาก แต่ว่าคน ส่วนมากพออยากได้อะไรขึ้นมา อยากกินอะไรขึ้นมา เกิดความรู้สึกว่านี่คือจำเป็น ตรงนี้แหละที่ทำให้ได้เท่าไรก็ไม่พอใช้ ก็พิจารณาตัวเองให้ดี... มันก็เป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ว่าที่เท่าไร ๆ ก็ไม่พอใช้นี่ โรคประเภทนี้ต้องแก้ไขด้วยตะพูดเสียละมั้ง ปู่ย่า ตาทวดสอนไว้ว่า จะกินจะใช้อะไร ประการแรก ท่านว่าเอาไว้ จะกินจะใช้อะไร ท่านก็บอกว่าให้กินตอนหิว อย่าไปกินตอนอยาก เพราะว่าถ้าจะไปกินตอนอยากละก็ มันก็อยากอยู่ เรื่อย ถ้าไปกินตอนหิวละก็ มันจำเป็น มันจะต้องกิน พูดง่ายๆ หลักการตรงนี้ก็คือ ต้องแยกให้ออกนะลูกนะ need กับ want คือ ความอยากกับความจำเป็นต้องแยกให้ออก ความอยากไม่ใช่ความจำเป็น ความจำเป็นไม่ใช่ ความอยาก แต่ว่าคนส่วนมากพออยากได้อะไรขึ้นมา อยากกินอะไรขึ้นมา เกิดความรู้สึกว่านี่คือจําเป็น ตรงนี้แหละที่ทำให้ได้เท่าไรก็ไม่พอใช้ ก็พิจารณา ตัวเองให้ดี นี่ข้อแรก คนที่จะบริหารเงินได้ดีละก็ แยกให้ออกนะ need กับ want นี่เป็นประการแรก ถ้าแยกตรงนี้ออกชนะไปตั้งครึ่งค่อนแล้ว ประการที่ ๒. ในการบริหารเงิน ปู่ย่าตาทวด ก็พูดชัดดี โยมแม่ของหลวงพ่อเคยสอนหลวงพ่อ เอาไว้ ท่านบอกว่าเงินทองได้มาอย่าไปบริหารด้วย รายรับรายจ่าย แต่ให้บริหารด้วยรายเหลือ คือ คนส่วนมากคิดว่าได้มากมันควรจะเหลือมาก ได้น้อย STOCK มันก็เหลือน้อย หรือไม่พอใช้ นี่มองเรื่องนี้ว่าเป็น ธรรมดา เป็นธรรมชาติ ต้องอย่างนี้ โยมแม่ของหลวงพ่อท่านเคยอุปมาเอาไว้ ท่านบอกว่าเข่งใบใหญ่ๆ ชะลอมใบโต ๆ เวลาจ้วง ตักน้ำลงไป เมื่อเข่งหรือชะลอมยังอยู่ในน้ำ น้ำก็ เต็มเข่งเต็มชะลอม แต่พอยกขึ้นมาแล้วมันเหลือ แต่เข่ง เหลือแต่ชะลอม ไม่ติดน้ำหรอก หรือติดมา ๒-๓ หยด แต่กะลาใบเล็กๆ ขันใบเล็กๆ จ้วงลงไป มันก็ไม่เท่าไรหรอก แต่ว่ายกมามันก็ยังเต็มวัน เต็ม กะลา เพราะฉะนั้น เวลาจะบริหารเงิน จะใช้เงิน โยมแม่ก็เลยบอกหลวงพ่อว่า (ตอนนั้นยังไม่ได้บวช) ได้เท่าไรไม่สำคัญ สำคัญว่าเหลือเท่าไร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More