ข้อความต้นฉบับในหน้า
และหล่อหลอมให้ชาวสิงหลเชื่อมั่นว่า ชาวสิงหลเป็น
ผู้ถูกกำหนดให้พิทักษ์รักษาพุทธศาสนา และศรีลังกา
เป็นแดนแห่งพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้
พระพุทธศาสนาจึงอยู่ในวิถีชีวิต และจิตวิญญาณของ
ชาวพุทธศรีลังกาทุกคนมาตลอดหน้าประวัติศาสตร์
กว่า ๒,๕๐๐ ปี
“ศรีลังกา”
จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูคำสอนดั้งเดิม
ด้วยความปรารถนาที่จะสืบสานมโนปณิธาน
ของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่มุ่งขยาย
วิชชาธรรมกาย อันเป็นคำสอนดั้งเดิมของพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าไปทั่วโลก พระราชภาวนาวิสุทธิ์จึงมีดำริ
ที่จะถวายองค์พระประธาน ซึ่งเป็นพุทธปฏิมากร
กายมหาบุรุษ ทีจ๋า
ที่จำลองมาจากพระธรรมกายภายใน
เพื่อนำไปถวายวัดต่างๆ ทั่วโลก โดยเริ่มต้นที่ประเทศ
ศรีลังกา จำนวน ๒๒๒ องค์
เนื่องจากพระราชภาวนาวิสุทธิ์ได้เล็งเห็นว่า
ศรีลังกาเป็นดินแดนพระพุทธศาสนาอันเก่าแก่รอง
จากประเทศอินเดีย แต่ยังคงรักษาความเจริญรุ่งเรือง
ทางพระพุทธศาสนาเอาไว้ได้ตราบจนปัจจุบัน อีกทั้ง
ความสัมพันธ์ทางด้านพระพุทธศาสนาระหว่างไทย
กับศรีลังกาที่มีมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่
คณะสงฆ์ลังกาเดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนาในแถบ
อาณาจักรศรีวิชัยเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ซึ่งต่อมาได้
แผ่ขยายเข้าสู่กรุงสุโขทัย รวมถึงการที่ประเทศสยาม
ส่งคณะสงฆ์ไปช่วยฟื้นฟูพุทธศาสนาด้วยการอุปสมบท
ให้แก่กุลบุตรชาวศรีลังกาเมื่อประมาณ ๒๕๐ ปีก่อน
จนเป็นจุดกำเนิดของคณะสงฆ์ลังกาที่ได้เรียกขาน
กันว่า “สยามวงศ์” หรือ “สยามนิกาย” ซึ่งในปัจจุบัน
ศรีลังกามีวัดทั่วประเทศประมาณ ๔,๐๐๐ แห่ง
และเป็นวัดในสังกัดของสยามนิกายถึงกว่า ๕,๐๐๐ วัด
รวมถึงวัดเก่าแก่ และเจดียสถานต่างๆ ที่สำคัญทาง
พระพุทธศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของ
คณะสงฆ์สยามนิกายทั้งสิ้น
และด้วยพื้นฐานความสัมพันธ์อันแนบแน่น
ของทั้งสองประเทศเช่นนี้ ประเทศศรีลังกาจึงมี
ความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะอัญเชิญองค์พระประธาน
กายมหาบรุษไปประดิษฐาน เพื่อเริ่มต้นภารกิจ
การฟื้นฟูค่าสอนดั้งเดิมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ไปสู่ชาวโลก ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ได้
ดำเนินการจัดสร้างและประกอบพิธีกรรมต่างๆ
จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์พระประธาน
เฉลิมฉลอง
จำนวน ๒๒๒ องค์ ได้ทยอยเดินทางไปถึงประเทศ
ศรีลังกาตามกำหนดการ และพร้อมจัดพิธีเฉลิ
อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นข่าวที่นำความปลื้มปีติ
ยินดีมาให้แก่พุทธบริษัททั้งชาวไทยและชาวศรีลังกา
ทุกคน