ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖๘
คนที่สำนึกรู้ตัวอย่างนี้ ว่าปัญญาของเราอยู่
ในระดับใด ก็จะช่วยป้องกันความอหังการในการ
หลงตัวเองว่าวิเศษ เห็นคนอื่นโง่กว่าตัวได้ในระดับ
หนง แต่ก็ต้องหมั่นฝึกสมาธิเป็นประจำด้วย มิฉะนั้น
เดี๋ยวก็จะอดหลงตัวไม่ได้อีก
๓) ภาวนามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดจาก
การเห็นแจ้งภายในไปตามความจริงของโลกและ
ชีวิตด้วยการทำภาวนา เรียกง่ายๆ ว่า “รู้แจ้ง”
เพราะฉะนั้นถึงเราจะอ่านหนังสือจนหมดโลก
ท่องจำได้ขึ้นใจ ว่าได้คล่องปาก ขยายความได้
อัศจรรย์ เราก็ยังได้เพียงปัญญาในระดับรู้จำ กับ รู้คิด
เท่านั้น ยังไม่ใช่ปัญญาตัวจริง คือ รู้แจ้ง
ปัญญาประเภท จํากับรู้คิดนั้น ยังมีโอกาส
เสื่อมได้ แต่ปัญญาที่เกิดจากการรู้แจ้งนั้น เป็น
ปัญญาที่เกิดจากการทำภาวนาจนกระทั่งเข้าถึงธรรม
ที่อยู่ในตัว เป็นปัญญาชนิดเดียวกับที่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยพระองค์เองในคืนวันเพ็ญ
วิสาขบูชา
ภาวนามยปัญญานี้ ถ้าเราเข้าถึงเมื่อไร ก็
ไม่ต้องจำ ไม่ต้องคิด แต่ใช้ความสว่างจากการ
รู้แจ้งไปเห็นความจริงของโลกและชีวิต ทำให้เรา
เกิดปัญญาในระดับโลกุตรธรรม เช่น นิพพาน
ภพสาม โลกันตร์ เป็นต้น
คุณธรรมที่ทำให้ปัญญาก้าวหน้า
น
คนที่จะมีความก้าวหน้าในการศึกษา หรือ
ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น คนๆ นั้นจะต้อง
ประกอบด้วยคุณธรรม ๓ ประการ
๑. เคารพ คือการเปิดใจเพื่อค้นหาคุณ
ความดีที่มีอยู่จริงในบุคคล วัตถุ เหตุการณ์ต่างๆ
เมื่อพบแล้วก็ยอม ก็รับ ก็นับ และก็ถือปฏิบัติตาม
คุณความดีนั้นๆ
นิสัยมีความเคารพ คือมีนิสัยรังเกียจการ
จับผิด ชอบจับจ้องมองดูแต่ความถูก ความดีของ
ทุกคน ทุกสิ่ง และทุกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อ
พบแล้วก็ยอมรับนับถือ และประพฤติปฏิบัติต่อ
บุคคล วัตถุและเหตุการณ์นั้นๆ อย่างเหมาะสม จน
ความถูกต้อง ความดีนั้นๆ เกิดขึ้นในตนด้วย
ความเคารพที่ต้องฝึกอยู่เสมอ
๑.๑ เคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
๑.๒ เคารพพ่อ แม่ ครูอาจารย์
๑.๓ เคารพการศึกษา
๑.๔ เคารพสมาธิ
๑.๕ เคารพความไม่ประมาท
๑.๖ เคารพการปฏิสันถาร
๒. วินัย คือ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ห้าม ที่
อนุญาต วางไว้เป็นหลักให้ถือปฏิบัติตาม เพื่อ
ความสงบเรียบร้อยดีงามของตนเองและหมู่คณะ
นิสัยมีวินัย คือ มีปกติรักการปฏิบัติตาม