ข้อความต้นฉบับในหน้า
V
สมาธิให้ถูกส่วนมากขึ้น คำว่า ทางสายกลางนั้น
หมายถึงหลักปฏิบัติที่เป็นกลางๆ ไม่ถึงและไม่หย่อน
เกินไป ซึ่งในชีวิตประจำวัน ต้องปฏิบัติตามหลัก
ดังต่อไปนี้
สัมมาทิฐิ เข้าใจถูก คือ มีความเข้าใจถูกใน
หลักธรรม เช่น เรื่องกฎแห่งกรรม
สัมมาสังกัปปะ มีความคิดดี คิดจะออกจาก
กาม ไม่คิดพยาบาทหรือเบียดเบียน
สัมมาวาจา เจรจาชอบ เว้นจากวจีทุจริต ๔
ได้แก่ พูดปด ส่อเสียด คำหยาบ เพ้อเจ้อ
สัมมากัมมันตะ มีการกระทำที่ถูกต้อง เว้นจาก
การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม
สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพถูกท่านองคลองธรรม ไม่
ลวงโลกเลี้ยงชีวิต
สัมมาวายามะ พยายามชอบ เพียร
ที่จะแก้ไขนิสัยตน ละชั่ว ทำดี ตาม
รักษาความดีที่ได้ทำ
สัมมาสติ มีสติดี ไม่ประมาทเผลอ
ไผล เก็บใจมาอยู่กับตัวได้
สัมมาสมาธิ ใจตั้งมั่นในตำแหน่งที่
ถูกต้อง ปักกิ่งลงไปในสติ หากสติสมบูรณ์
สมาธิจึงจะเกิดขึ้น
ทางสายกลางภายใน
สัมมาสติ สัมมาสมาธิ เป็นดวงสมาธิ สำหรับสัมมาทิฐิ
สัมมาสังกัปโป เป็นดวงปัญญา เมื่ออริยมรรคมี
ครบบริบูรณ์ จะทำให้เข้าถึงกายในกาย
ไปตามลำดับจนได้เข้าถึงธรรมกาย ท่านก็อาศัย
องค์ ๘
ธรรมจักษุและญาณทัศนะของธรรมกายตรวจดู
เบญจขันธ์ทั้ง ๕ ว่าตกอยู่ในไตรลักษณ์ คือ เป็น
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างไรบ้าง อีกทั้งพิจารณา
อริยสัจสี่ เห็นความทุกข์ตั้งแต่กายมนุษย์ ทิพย์ พรหม
ที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย และเป็นทุกข์อย่างไรก็รู้หมด
สาเหตุที่ท่าให้เกิดทุกข์เรียกว่า สมุทัย มีอะไร
บ้าง ตั้งแต่กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ทรง
เห็นแจ้งหมด เมื่อเห็นจึงรู้ เมื่อรู้จึงหาทางที่จะสลัด
ให้หลุดจากตัณหาเหล่านั้น ด้วยการหยุดใจ เรียกว่า
หลวงปู่วัดปากนํ้ากล่าวเอาไว้ว่า ทางทีเรียกว่า
สายกลางนั้นน่ะ ต้องเอาใจจรดเข้าไปในกลางกาย
ของเรานี่แหละ ซึ่งมีเพียงทางเดียวเท่านั้น คือ
ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ
หลวงปู่วัดปากน้ำกล่าวเอาไว้ว่า ทางที่เรียกว่า
สายกลางนั้นน่ะ ต้องเอาใจจรดเข้าไปในกลางกาย
ของเรานี่แหละ ซึ่งมีอยู่เพียงทางเดียวเท่านั้น คือ
ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือขึ้นมา 5 นิ้วมือ
เมื่อเราเอาใจหยุดนิ่งไปตรงนั้นได้ถูกส่วนมรรคมีองค์
- ประชุมกันถูกส่วนเป็นดวงปฐมมรรค ใสบริสุทธิ์
Go
เท่าฟองไข่แดงของไก่
ทีนี้พอหยุดนิ่งเข้ากลางดวงปฐมมรรค จะไป
พบดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ
ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ดวงศีลนี้ก็คือ สัมมาวาจา
สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว ส่วนสัมมาวายาโม
นิโรธ ดังนั้น หยุดจึงเป็นตัวสำเร็จ จากนั้นจึง
ดำเนินตามอริยมรรคมีองค์ ๘ เรื่อยไป
เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงอย่างนี้ พระอัญญา
โกณฑัญญะท่านก็พิจารณาเห็นตามว่า “ยังกิญจิ
สมุทยธมฺม สพฺพนต์ นิโรธธมฺม สิ่งใดสิ่งหนึ่งมี
ความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงก็มีความ
ดับไปเป็นธรรมดา” ได้ตรัสรู้อริยสัจ
๔ สำเร็จ
เป็นพระโสดาบัน พระพุทธองค์ทรงเปล่งอุทานว่า
“อญฺญาสิ วต โภ โกณฑัญโญ พระอัญญาโกณฑัญญะ
ได้รู้แล้วหนอ” นอกจากนี้ยังมีพรหมอีก ๑๘
บรรลุโสดาบันเช่นกัน จากนั้นทั่วทั้งหมื่นโลกธาตุ
ก็สะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงสาธุการดังกระฉ่อน
โกฏิ