การเห็นคุณค่าของบุญ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2551 ฉบับที่ 69 เดือนกรกฎาคม หน้า 87
หน้าที่ 87 / 99

สรุปเนื้อหา

หรือตากอากาศวันหยุด อะไรต่างๆ นานา มีช่องทางใช้จ่ายเงินเยอะแยะ เพราะว่า เขายังไม่รู้จักประโยชน์ของบุญอีก ๒ ระดับ เห็นแค่ชาตินี้ แต่ถ้าเป็นคนที่เข้าใจประโยชน์ ของบุญในระดับที่ ๒ เห็นว่าบุญจะเป็น เสบียงในการเดินทางไกลในวัฏสงสาร จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ตัวเองประสบ ความสุขความสำเร็จทั้งภพนี้และภพหน้า ต่อ ๆ ไป ที่เราลำบากในปัจจุบัน เพราะ เราสร้างบุญไว้ยังไม่สมบูรณ์ แต่บางคน ที่เขาดีกว่า เพราะบุญเก่าเขาสร้างไว้มาก พอเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องอานุภาพ แห่งบุญแล้ว ก็พร้อมจะทุ่มเทได้อย่าง เต็มที่มากขึ้น ...คนที่เห็นคุณค่าของบุญ และมีเป้าหมายชีวิต ชัดเจน จะไม่หวั่นไหวแม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขา พร้อมจะทุ่ม ทุ่มไปแล้วอุปสรรคเกิดขึ้นก็ยังไม่ท้อ ยังเดินหน้าต่อไป เพราะเป้าหมายมั่นคง..... เพราะฉะนั้น ทั้งเร

หัวข้อประเด็น

- การเห็นคุณค่าของบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๙๕ หรือตากอากาศวันหยุด อะไรต่างๆ นานา มีช่องทางใช้จ่ายเงินเยอะแยะ เพราะว่า เขายังไม่รู้จักประโยชน์ของบุญอีก ๒ ระดับ เห็นแค่ชาตินี้ แต่ถ้าเป็นคนที่เข้าใจประโยชน์ ของบุญในระดับที่ ๒ เห็นว่าบุญจะเป็น เสบียงในการเดินทางไกลในวัฏสงสาร จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ตัวเองประสบ ความสุขความสำเร็จทั้งภพนี้และภพหน้า ต่อ ๆ ไป ที่เราลำบากในปัจจุบัน เพราะ เราสร้างบุญไว้ยังไม่สมบูรณ์ แต่บางคน ที่เขาดีกว่า เพราะบุญเก่าเขาสร้างไว้มาก พอเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องอานุภาพ แห่งบุญแล้ว ก็พร้อมจะทุ่มเทได้อย่าง เต็มที่มากขึ้น ...คนที่เห็นคุณค่าของบุญ และมีเป้าหมายชีวิต ชัดเจน จะไม่หวั่นไหวแม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขา พร้อมจะทุ่ม ทุ่มไปแล้วอุปสรรคเกิดขึ้นก็ยังไม่ท้อ ยังเดินหน้าต่อไป เพราะเป้าหมายมั่นคง..... เพราะฉะนั้น ทั้งเรื่องการเห็น ประโยชน์ของบุญและเรื่องเป้าหมายชีวิต สอง อย่างนี้จะเสริมสร้างให้แต่ละคนทำบุญมากน้อย ต่างกัน ส่วนของเราเองในปัจจุบัน จะมีอยู่ ๒ อย่าง คือ ตัวของเราเองนี้อย่างหนึ่ง ว่าเราเห็นคุณค่าของ บุญชัดขนาดไหน มั่นคงแค่ไหน หนักแน่นแค่ไหน และเป้าหมายชีวิตเราชัดเจนแค่ไหน ทั้ง ๒ ข้อนี้ จะ เป็นตัวกำหนดให้เราพร้อมที่จะทุ่มเทมากขนาดไหน น แต่ปัจจุบัน ไม่ได้มีผลมาจากตัวเราเอง อย่างเดียว เกิดจากสิ่งแวดล้อมและกระแสสื่อด้วย ซึ่งแน่นอนคนที่แวดล้อมตัวเราและสื่อส่วนใหญ่จะ ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องบุญ มักจะคิดแต่เพียงว่าทำบุญ แค่ให้สบายใจ อย่าให้ใครเดือดร้อนก็พอแล้ว และ เขาไม่ได้คิดเปล่าๆ เวลาเห็นคนทำบุญเยอะ ๆ เขา ก็จะบอกว่าทำมากไป จะติติงบ้าง วิพากษ์วิจารณ์ บ้าง เลยกลายเป็นว่าไม่ใช่ตัวเองไม่ทำอย่างเดียว เห็นใครเขาทุ่มเททำก็ยังไปห้ามเขาอีก เลยเป็นการ ดึงกันขึ้นมา เราต้องเข้าใจตรงนี้ พอเข้าใจแล้ว จึง จะมีหลักในการพินิจพิจารณาและสามารถตัดสินใจ ได้ด้วยตัวของเราเอง ความจริงเรายังไม่ต้องดูไกล ถึงครั้งพุทธกาลเลย บางคนอาจจะยังรู้สึกว่าไกลตัว เอาแค่ประวัติศาสตร์ยุคใกล้ๆ คือ ยุครัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งเศรษฐกิจตกต่ำา สมัยรัชกาลที่ ๒ ตอนช่วง ที่บ้านเมืองมีศึกสงคราม ผู้คนหวาดเกรงภัยสงคราม ขาดความมั่นใจ ทุกคนจะเก็บเงินไม่กล้าใช้จ่าย พอไม่ใช้มันก็ขาดการหมุนเวียน เศรษฐกิจก็แน่นิ่ง ยิ่งทรุดหนักเป็นวงจรลบ วิธีการแก้ไข คือ ต้องปลุก กระแสความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่ ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ต่างประเทศเขาไม่มั่นใจเขาก็ไม่ มาค้าขายด้วย เรือสำเภาก็ไม่เข้า ส่งออกก็ไม่ได้ นำเข้าน้อย การใช้ในประเทศจ่ายน้อย ทุกอย่างนิ่ง ไปไม่รอด
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More