ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓) ผู้ที่ไม่ควรได้รับการบรรพชา
ผู้ที่ไม่ควรได้รับการบรรพชานั้นถือว่า
เป็นผู้ไม่ควรได้รับการอุปสมบทด้วย เพราะ
อุปสมบทกรรมเป็นพิธีที่ต้องผ่านการบรรพชา
มาก่อน บุคคลที่ไม่ควรได้รับการบรรพชาแบ่งได้
เป็น ๓ ประเภท คือ ผู้ที่มีพันธะและผู้ทำผิด
กฎหมาย, ผู้พิการหรือมีอวัยวะไม่สมบูรณ์,
ผู้ป่วยหนักหรือเป็นโรคร้ายแรง
ประเภทที่ ๑ ผู้ที่มีพันธะและผู้ทำผิด
กฎหมาย ได้แก่ มารดาบิดาไม่อนุญาต มีหนี้สิน
เป็นทาส ข้าราชการที่ไม่ได้รับอนุญาต โจรผู้ร้าย
คนที่ถูกออกหมายจับ เป็นต้น
ประเภทที่ ๒ ผู้พิการหรือมีอวัยวะ
ไม่สมบูรณ์ ได้แก่ มือเท้าด้วน หูขาด นิ้วขาด เอ็น
ขาด จมูกแหว่ง นิ้วติดกันเป็นแผ่น ตาบอด ใช้
หูหนวก ง่อย เปลี้ย คอพอก ค่อม เตี้ยเกินไป
เท้าปุก ชรา ทุพพลภาพ รูปร่างไม่สมประกอบ
คนกระจอกคือฝ่าเท้าไม่ดีต้องเดินเขย่ง เป็นต้น
ประเภทที่ ๓ ผู้ที่ป่วยหนักหรือเป็นโรค
ร้ายแรง ได้แก่ โรคอัมพาต โรคเรื้อรัง โรคเรื้อน
โรคฝี โรคกลาก โรคลมบ้าหมู โรคมองคร่อ
(โรคที่มีเสมหะแห้งอยู่ในก้านหลอดลม) โรค
เหล่านี้ถือว่าเป็นโรคร้ายแรงในสมัยพุทธกาล
ผู้ที่ป่วยจึงไม่ควรที่จะเข้ามาบวช แต่ในปัจจุบัน
มีโรคร้ายแรงต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น โรคเอดส์
เป็นต้น ผู้ป่วยโรคนี้ก็ไม่ควรให้บวชเช่นกัน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า หาก
พระอุปัชฌาย์ท่านใดให้บุคคลเหล่านี้บรรพชา
จะต้องอาบัติทุกกฏ แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีหลักฐาน
ปรากฏว่า พระพุทธองค์ทรงมีพระประสงค์ให้
บุคคลที่ได้รับการบวชแล้วลาสิกขาแต่อย่างใด
ในอรรถกถาบางแห่งกล่าวไว้ว่า หากสงฆ์ให้
บุคคลเหล่านี้บวชแล้ว "ก็เป็นอันอุปสมบท
ด้วยดี” บุคคลดังกล่าวหากได้บวชแล้ว
จะสามารถดำรงเพศบรรพชิตอยู่ได้หรือไม่
พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑, มก. เล่ม 5 ข้อ ๑๓๕ หน้า ๓๔๐.
สมันตปาสาทิก อรรถกถาพระวินัยปิฎก มหาวรรค มก. เล่ม 5 หน้า ๓๕๐.
๙๔ อยู่ในบุญ เมษายน ๒๕๕๙