ข้อความต้นฉบับในหน้า
จ็อบส์ไม่อยู่จริง ๆ บริษัทก็ค่อย ๆ แย่ลง ๆ
เพราะขาดนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านไปไม่ถึง ๑๐
ปี สุดท้ายต้องส่งเทียบเชิญกลับมากอบกู้บริษัท
สตีฟ จ็อบส์กลับมาคราวนี้ก็กู้ได้จริง ๆ นิสัย
ใจร้อนยังอยู่ แต่ว่าผ่านโลกมาเยอะ ความ
ใจร้อนลดลงบ้าง แต่การจี้ถึงที่สุดยังคงเป็นอยู่
ตลอดมาจนกระทั่งเสียชีวิต นี้เป็นจุดแข็ง
ของคนที่ใจร้อน แต่ต้องเก่งจริง ๆ ด้วยนะ
ถ้าใจร้อนแบบบุ่มบ่ามไม่ดีแน่ ๆ
มีวิธีแก้ความใจร้อนอย่างไรบ้าง?
ขอพูดเรื่องใจร้อนควบกับเจ้าโทสะไป
ด้วยกันเลย ตัวคุมก็คือ
๑. ต้องคุมด้วยศีลเสียก่อน พื้นฐานก็คือ
ศีล ๕ เมื่อเกิดอาการใจร้อนหรือเจ้าโทสะแล้ว
จะต้องไม่ไปทำความเดือดร้อนให้ใคร อย่าไป
ล่วงละเมิดเขา จะด้วยคําพูด จะด้วยการลงไม้
ลงมือ หรือการทําร้ายน้ำใจเขาด้วยเหตุใด ๆ
ก็ตาม ต้องพยายามคุมไว้ด้วยศีลก่อน
๒. หมั่นนั่งสมาธิบ่อย ๆ จะเป็นตัวแก้
ถ้าเราคุมด้วยศีล ใจยังไม่ได้แก้ แต่พยายาม
ใช้สติตั้งหลักไว้ โกรธจัดแต่อย่าไปด่าเขานะ
อย่าลงไม้ลงมือ ศีลก็เหมือนตัวเบรก แต่ถ้า
แรงผลักข้างในยังมีอยู่ไม่ได้น้อยลงมีสิทธิ์เบรก
แตก เดี๋ยวอั้นไม่อยู่ก็โพล่งออกไป แล้วมานั่ง
เสียใจทีหลัง แต่ตอนที่เกิดเหตุคุมตัวเองไม่อยู่
จะแก้และคุมตัวเองอยู่ต้องแก้ที่ใจ คือ นั่งสมาธิ
การนั่งสมาธิเป็นการจูนปรับใจเราให้นุ่ม นิ่ง
แล้วคลาย ปุ๊บปั๊บจะไปแก้เรื่องอาการใจร้อน
๑๐๐
เจ้าโทสะ แก้ไม่หาย เพราะมันติดข้ามภพ
ข้ามชาติมา แต่อย่างน้อยจาก เปอร์เซ็นต์
เหลือสัก ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คุมด้วยศีล
ไปอีกชั้นหนึ่ง เริ่มจะคุมอยู่ ถ้าไม่แก้ข้างในเลย
ความใจร้อนยังอยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม จะ
๙๐ อยู่ในบุญ เมษายน ๒๕๕๙
ดุมด้วยศีลอย่างเดียวเสี่ยงมาก มีสิทธิ์ที่นอตจะ
หลุดไปเรื่อย ๆ
ข้อเสียของคนใจร้อนมีผลต่อการ
ทํางานอย่างไรบ้าง?
มีเยอะเลย เพราะว่าเมื่อเราใจร้อน คน
อื่นเขาไม่ได้อย่างใจเรา ซึ่งบางทีไม่ใช่ว่าเราถูก
เขาผิด จากที่เราอยากจะได้ทันทีทันใจ พอ
ไม่ได้ปั๊มก็ว่าเขาบ้าง ใช้ถ้อยค่าทําร้ายน่าใจเขา
บ้าง ทําไมไม่เป็นอย่างนี้ ทำไมไม่เป็นอย่างนั้น
ซึ่งไม่ได้เป็นกับลูกน้องอย่างเดียว บางทีเป็นกับ
คู่ชีวิต กับลูก แล้วค่าบางค่ายิ่งเป็นคนใกล้ตัว
ยิ่งแรงกว่าที่ใช้กับลูกน้องอีก บางครั้งพ่อแม่
ไม่ระวัง ใช้ถ้อยคำที่ทำลายน้ำใจลูก ถึงอย่างไร
ลูกก็รักพ่อรักแม่ แต่เหมือนเป็นแผลในใจเลย
เหมือนมีปฏิกิริยาอะไรบางอย่างที่ทําให้มี
ปัญหาในการอยู่ร่วมกัน ไม่คุ้มเลย กับลูกน้อง
ก็เหมือนกัน เราไปด่าเขาไม่คุ้มเลย แสดงว่า
การใจร้อนเกิดโทษแล้ว
เราใจร้อนใจเร็ว อยากให้ทุกอย่างสำเร็จ
และดี ก็ไปดูรายละเอียด แล้วกระตุ้นอย่าง
ใกล้ชิด พอสั่งแล้วมีการจี้ มีการติดตามงาน
โทร.ถามบ้าง ไปเดินดูบ้าง เห็นเขาทำไม่ถูก
ก็ชี้แนะเลย สอนทุกอย่าง อย่างนี้ลูกน้องไม่กล้า
เฉื่อย เพราะรู้ว่าเจ้านายเอาจริง ถ้าใจร้อน
อย่างนี้ยังเป็นพลังทางบวกอยู่ ต้องขีดเส้นเอา
ไว้ว่า “ความใจร้อนของเราต้องไม่ก้าวล่วงไป
ถึงขั้นทำร้ายน้ำใจของผู้อื่น” ไม่ว่าด้วยคำพูด
หรือการกระทำก็ตาม แค่ใช้เป็นพลังขับเคลื่อน
ให้ทุกอย่างรุดหน้าอย่างที่เราปรารถนาให้เร็ว
ที่สุดเท่านั้น เราจะต้องไม่เอาความใจร้อนของ
เราไปสร้างโทษกับใคร ไปละเมิดใคร ไม่ว่าจะ
ด้วยค่าพูดหรือการกระทำก็ตาม