ประสบการณ์การนั่งสมาธิ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 106 เดือนสิงหาคม หน้า 49
หน้าที่ 49 / 90

สรุปเนื้อหา

ไม่ได้ไปวัดก็นั่งเองที่บ้าน นั่งที่ ๔ ที่ ๕ ถึง โมง เช้า หลังจากนั้นก็ทำกับข้าว ช่วงสายก็นั่งตั้งแต่ ๙ โมงครึ่ง ถึง ๑๑ โมง ตอนเที่ยงก็มาทำกับข้าวอีก เพราะพ่อบ้านต้องมากินข้าว ใจป้าผูกพันอยากจะ นั่งแต่สมาธิตลอด “วันหนึ่งได้ดวงแก้วมาจากวัด ใสมาก ป้าเอา มาใส่ในขันน้ำ ก็ยิ่งใสเป็นประกายเข้าไปใหญ่ เลย นึกว่า อยากให้ดวงแก้วนี้เข้าไปอยู่ในท้องของเรา จังเลย พอนั่งสมาธิก็นึกเหมือนกับว่าเรากำลังเอา หลอดดูด าลงไปในท้อง ดวงแก้วก็ไหลขึ้นมาตาม หลอดด้วย ไหลลงไปในท้องของเรา ปรากฏว่า พอ ดวงแก้วไหลเข้าไปในท้อง ใจนิ่งเลย เห็นแต่ดวงแก้ว ลอยเด่นอยู่ตรงศูนย์กลางกายพอดี ในดวงแก้วก็มี จุดเล็กใส ๆ มีแสงสว่างเหมือนสปอตไลต์ ก็นึกว่า แสงจากข้างนอกคงส่องเข้ามา เลยเอาหมวกมาใส่ ปิดหน้าไว้ แสงสว่างก็ยังอยู่ จึงรู้ว่านี่ไม่

หัวข้อประเด็น

- ประสบการณ์การนั่งสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไม่ได้ไปวัดก็นั่งเองที่บ้าน นั่งที่ ๔ ที่ ๕ ถึง 5 โมง เช้า หลังจากนั้นก็ทำกับข้าว ช่วงสายก็นั่งตั้งแต่ ๙ โมงครึ่ง ถึง ๑๑ โมง ตอนเที่ยงก็มาทำกับข้าวอีก เพราะพ่อบ้านต้องมากินข้าว ใจป้าผูกพันอยากจะ นั่งแต่สมาธิตลอด “วันหนึ่งได้ดวงแก้วมาจากวัด ใสมาก ป้าเอา มาใส่ในขันน้ำ ก็ยิ่งใสเป็นประกายเข้าไปใหญ่ เลย นึกว่า อยากให้ดวงแก้วนี้เข้าไปอยู่ในท้องของเรา จังเลย พอนั่งสมาธิก็นึกเหมือนกับว่าเรากำลังเอา หลอดดูด าลงไปในท้อง ดวงแก้วก็ไหลขึ้นมาตาม หลอดด้วย ไหลลงไปในท้องของเรา ปรากฏว่า พอ ดวงแก้วไหลเข้าไปในท้อง ใจนิ่งเลย เห็นแต่ดวงแก้ว ลอยเด่นอยู่ตรงศูนย์กลางกายพอดี ในดวงแก้วก็มี จุดเล็กใส ๆ มีแสงสว่างเหมือนสปอตไลต์ ก็นึกว่า แสงจากข้างนอกคงส่องเข้ามา เลยเอาหมวกมาใส่ ปิดหน้าไว้ แสงสว่างก็ยังอยู่ จึงรู้ว่านี่ไม่ใช่สปอตไลต์ แล้ว เป็นแสงจากข้างในจริง ๆ แล้วดวงแก้วก็ขยาย ได้ จากดวงเท่าเม็ดถั่วเขียวก็ขยายเท่ากับเขียงที่ เขาใช้สับไก่ทำข้าวมันไก่ ป้าก็นึกว่า โอย...ถ้าใหญ่ ไปกลัวจะคับท้อง ใหญ่มากไม่ดีเอาแบบสบาย ๆ ดวงแก้วก็ย่อลงมา หลังจากนั้นไม่ว่าจะทำอะไร ใจป้า จะอยู่กับดวงแก้ว อยู่กับ “สัมมา อะระหัง” ตลอด ข้างในมันสว่างโพลงเลย จะนั่งรถเมล์เดินทางไปไหน มาไหนก็นั่งหลับตามองดวงแก้วไปเรื่อย ๆ คราวหนึ่ง ขณะที่กำลัง “สัมมา อะระหัง” มองดวงแก้วเพลิน อยู่ องค์พระก็โผล่พรวดขึ้นมา เศียรโผล่ทะลุไปถึง หลังคา สว่างจ้า และใจก็มีความสุขมาก ๆ "พอไปนั่งกับหลวงพ่อที่ศาลาดุสิตท่านก็ชี้มา ที่เรา ถามว่านั่งสมาธิเป็นอย่างไรบ้าง เราก็ตอบว่า นั่งแล้วมันเจ้าค่ะ คนก็เฮกันทั้งศาลาดุสิตเลย เราก็ งงว่าเขาเฮอะไรกัน แล้วหลวงพ่อก็ถามมาอีกคำหนึ่ง ว่า มันคืออะไร เราก็ตอบหลวงพ่อไปว่า มันคือนั่ง แล้วมันไม่อยากเลิกเจ้าค่ะ คือ นั่งแล้วมันติดใจ ใจ มันติดอยู่กับธรรมะ แล้วก็ติดวัดตลอด “เข้าวัดมา ๓๑ ปีแล้ว ไม่เคยขาดการไปวัด เลย นอกจากเวลาป่วย แต่เราก็ทำสมาธิอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ขาด ตั้งแต่เข้าวัดรู้สึกว่าความทุกข์ค่อย ๆ น้อย ลง มีความสุขมากขึ้น ต่อมาได้ไปดอยสุเทพครั้งแรก ประมาณเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ไปแล้วมีความ สุขมาก ทีนี้เขาจัดปฏิบัติธรรมที่ไหนป้าก็ไป จนถึง ทุกวันนี้ไปปฏิบัติธรรมมาแล้ว ๓๑ ครั้ง เฉพาะดอย สุเทพ ๒-๓ ครั้ง ครั้งแรกที่ไปดอยสุเทพ เอาเงินไป ๕,๐๐๐ บาท เป็นเงินที่เราเก็บหอมรอมริบทีละเล็ก ทีละน้อย เราก็อธิษฐานว่าถ้าไปแล้วขอให้ได้เจอ หลวงพ่อ ได้ถวายปัจจัยท่าน และให้ได้นั่งที่ดี ๆ ๒ "ก่อนขึ้นดอยสุเทพ วันนั้นเราหกล้มก้นกบ กระแทกพื้น แต่ก็คิดว่าอย่างไรก็จะไปให้ได้ ย่างก้าว จากบ้านก็จะ “สัมมา อะระหัง” ไปจนกว่าจะขึ้นรถ พอขึ้นรถก็ “สัมมา อะระหัง” ไปจนถึงดอยสุเทพ ท้ายสุดก็ได้นั่งในที่ที่ต้อ ที่ที่ต้องการ คือแถวที่ ๔ คนที่ 1 นั่งตรงกับองค์พระธรรมกายพอดี พอนั่งวันที่สองก็ เป็นเหน็บชา แมลงก็กัดที่หลังมือ จะยกมือขึ้นปัดก็ ยกไม่ขึ้น มันแข็งไปหมด เราก็นึกว่า วันนี้ฉันยอม ตาย ตอนนั้นความปวดไปถึงเข่า ทรมานมาก แล้วปวดลามไปถึงบั้นเอว ปวดมาก ทีนี้จากที่ท่อง “สัมมา อะระหัง” เราก็เปลี่ยนเป็น "ตายเป็นตาย ตายเป็นตาย” แป๊บเดียวคำว่าตายเป็นตายก็หายไป แต่กระดูกลั่นดังเปรี้ยะเหมือนโดนทุบด้วยก้อนหิน 66..เข้าวัดมา ๓๐ ปีแล้ว ไม่เคยขาดการไปวัดเลย นอกจากเวลาป่วย แต่เราก็ทำสมาธิอยู่ที่บ้านไม่ได้ขาด ตั้งแต่เข้าวัดรู้สึกว่า ความทุกข์ ค่อย ๆ น้อยลง มีความสุขมากขึ้น.. bo
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More