ข้อความต้นฉบับในหน้า
66
อยากให้แม่ทำบุญเป็นประธานกฐินในปีนี้ เงินที่มีอยู่ถ้าตายแล้วก็เอา
ไปไม่ได้ คนอื่นทำบุญให้ก็ได้บุญไม่เท่ากับเราทำเอง
99
JANG
การฝังแร่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ฝังอยู่ถึง ๓ ครั้ง รวมทั้ง และคอยพูด "พุทโธ" ช้า ๆ ข้างหูแม่ตลอดเวลา
ฉายแสงด้วย นอนอยู่โรงพยาบาล ๒ เดือน หมอจึง
ให้กลับบ้านได้ แต่หมอบอกไว้ว่า แม่เป็นมะเร็งขั้นที่
160
๓ แล้ว จะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ ๕ ปี แต่แม่กลับอยู่ต่อ
มาได้อีกถึง ๔๒ ปี เพราะเมื่อแม่รักษาตัวจนแข็งแรง
ดีแล้ว แม่ก็ได้ไปเป็นแม่ครัว ทำอาหารเลี้ยงพระที่
วัดใกล้บ้านทุกวัน แม่ทำอย่างนี้อยู่เป็นเวลา ๓๐ กว่าปี
จนกระทั่งแม่อายุได้ กว่าปี โรคมะเร็งที่แม่เป็น
อยู่กำเริบ แม่จึงไม่มีแรงที่จะไปทำอาหารเลี้ยงพ
ได้อีก จึงได้แต่ไปรักษาศีลที่วัดเพียงอย่างเดียว แม่
ไปรักษาศีลที่วัดเป็นเวลา 5 ปี จนวันสุดท้ายคือ วันที่
๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ วันนั้นแม่ไปรักษาศีลที่
วัดได้เพียงครึ่งวันก็ต้องไปโรงพยาบาล เพราะแม่มี
อาการท้องผูก ท้องอืด อึดอัดมาก กินอะไรไม่ได้
ช่วงนั้น งานกฐินของวัดพระธรรมกายกำลัง
จะมาถึง ลูกเห็นแม่ป่วยหนัก จึงคิดอยากให้แม่ได้บุญ
ติดตัว ลูกจึงบอกกับแม่ว่า "อยากให้แม่ทำบุญเป็น
ประธานกฐินในปีนี้ เงินที่มีอยู่ถ้าตายแล้วก็เอาไปไม่
ได้ คนอื่นท่าบุญให้ก็ได้บุญไม่เท่ากับเราทำเอง” แม่
ก็ตกลง พระอาจารย์จึงนำผ้าไตรมาให้แม่อธิษฐาน
ถึงที่บ้าน หลังจากนั้นลูกก็รวบรวมเงินของแม่ที่มีอยู่
รวมได้ทั้งหมด ๑ แสนบาท จึงให้แม่จบอธิษฐาน
ลูกตั้งใจว่าจะนำไปถวายวัดเลย แต่ตอนนั้นอาการ
แม่ไม่ดี ลูกจึงรอก่อน เพราะต้องพาแม่ไปหาหมอ
จนวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เวลา ๒ ทุ่มกว่า
แม่มีอาการเหมือนใจจะขาด ลูกจึงไปเอาผ้ากฐิน
จักรพรรดิมาให้แม่อนุโมทนา แม่ก็รับรู้โดยยกมือขึ้น
สาธุ ๑ ข้าง น้าให้ลูกเอาผ้าชุดขาวมาวางบนหน้าอก
และบอกให้แม่ภาวนา “พุทโธ” ลูกนั่งข้าง ๆ แม่
๘๒
จนแม่หมดลมหายใจด้วยอาการอันสงบในเวลา
๒๑.๓๐ น. อายุได้ ๘๘ ปี หลังจากแม่ตายลูกเปิด
จานดาวธรรมตลอดคืน เผื่อว่าแม่ยังไม่ไปไหนจะได้
ดูจานดาวธรรม
หลังจากจัดงานฌาปนกิจแม่เสร็จแล้ว ลูกได้
นำเงิน ๑ แสนบาท ที่แม่จบอธิษฐานไว้ นำไปถวาย
หลวงพ่อในวันครูธรรมกาย และร่วมในพิธีอันเชิญ
องค์พระ Top Dome ประดิษฐานบนยอดโดมอาคาร
๖๐ ปี พอถึงวันวันทอดกฐิน วันที่ ๗ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๔๗ ของวัดพระธรรมกาย ลูกก็ได้ไปร่วมงาน
ทอดกฐิน และได้บอกให้แม่ไปร่วมงานด้วย
บ
ครั้งหนึ่ง ลูกและแม่ได้ถูกขโมยลักทรัพย์สิน
ไปจนหมดหีบ ปีนั้นตรงกับ พ.ศ. ๒๕๑๙ แม่ของลูก
ไปทำอาหารเลี้ยงพระที่วัดใกล้บ้าน ลูกก็ไปสอน
หนังสือที่โรงเรียน จึงไม่มีใครอยู่บ้าน ตกบ่ายแม่
กระหืดกระหอบไปหาลูกที่โรงเรียน แม่พูดกับลูกด้วย
อาการตกใจและหอบเหนื่อยว่า “อีหนูเอ๊ย หมดแล้ว”
ลูกถามว่าเรื่องอะไร แม่บอกว่า "ขโมยมันขึ้นบ้าน
เอาสมบัติไปหมดเลย” สมบัติที่มีอยู่ในหีบ มีทั้งเพชร
พลอย เงิน ทอง เป็นสมบัติที่แม่นำเงินที่หามาได้
ซื้อเก็บสะสมมาตลอดหลายปี ขโมยมันเอาไปหมดเลย
เหลือไว้ให้ชิ้นเดียวเป็นเหรียญพระ แปลกที่ขโมยไม่
เอาไป ทั้ง ๆ ที่เหรียญนั้นทำจากทองคำแท้ ลูกไป
แจ้งความ แต่ตำรวจก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้
ตัวลูกเอง เมื่อสมัยเรียนอยู่ที่ มศว. พิษณุโลก
ลูกได้คบกับผู้ชายคนหนึ่ง เป็นเพื่อนในห้องเดียวกัน
เขาชอบลูก และบอกว่าเมื่อเรียนจบแล้วภายใน 5
เดือน เขาจะมาขอลูกแต่งงาน พอเรียนจบ เพื่อน ๆ