การมีสติและการเข้าถึงความบริสุทธิ์ของจิตใจ เหตุแห่งชีวิตรุ่ง ทางมาหน้าที่พลเมืองมิตรแท้ หน้า 185
หน้าที่ 185 / 218

สรุปเนื้อหา

ผู้มีปัญญาเข้าใจถึงต้นเหตุแห่งความชั่วและความดี คือ โลภะ โทสะ โมหะ และอโลภะ อโละ โดยมีสติในทุกการคิด พูด ทำ เพื่อฝึกฝนใจต่อต้านกิเลสที่ก่อทุกข์ พระพุทธองค์สอนว่าจิตใสบริสุทธิ์ เดิมมีแต่กิเลสที่ทำให้จิตมีสีต่างๆ ตามอารมณ์ เตือนให้ระวังอันตรายของความหลงและการปรุงแต่งซึ่งเกิดจากความตระหนักถึงโลกและรอบข้าง ข้อวิเคราะห์นี้มีประโยชน์ต่อการเข้าถึงความสงบและการพัฒนาจิตใจในเส้นทางธรรม

หัวข้อประเด็น

-ต้นเหตุของความชั่ว
-ต้นเหตุของความดี
-การฝึกฝนใจ
-การมีสติ
-คำสอนของพระพุทธองค์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ผู้มีปัญญาว่า ๑) อะไรคือ อะไรเป็นต้นเหตุแห่งความชั่ว คือ โลภะ โทสะ โมหะ ๒) อะไรคือ อะไรเป็นต้นเหตุแห่งความดี คือ อโลภะ อโละ โมหะ ดังนั้น ก่อนคิด-พูด-ทำสิ่งใด จะมีสติ ให้สติครอบคอง ให้ระวังโลภะ โทสะ โมหะ ผู้มีปัญญาจึงเป็นผู้ฉลาดมองเข้าในตน คือ มีสติหนักแน่นเก็บใจไว้กลางกายตน เพื่อขยันฝึกฝนใจให้ปราศจากกิเลสคือโลภะ โทสะ โมหะ ให้ถึงความสิ้นทุกข์ หลวงพ่อวัดปากน้ำ (สด จนทสโร) ได้ขยายขยายความต่ออีกว่า พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า "ธรรมดาจิตนี้ใสบริสุทธิ์อยู่เสมอ" ไม่มีกิเลสเจือปน ส่วนกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ เป็นของธรรม เมื่อมาพองพานจิต ก็ย้อมจิตให้เป็นไปตามสถานะอันชั่วชาของกิเลส หากจิตระคนด้วยราคะหรือโลภะมีสีแดง ระคนด้วยโทสะมีสีดำ ระคนด้วยโมหะมีสีขาว ระคนด้วยโมหะจุนเหมือนน้ำล้างเนื้อ สิ่งเหล่านี้พระพุทธองค์ใช้ "ตัณหาราย" มองเห็นจริง ๆ ว่าจะหา หรือโลภะ โทสะ โมหะ เกิดมา จากไหน เกิดมาจาก ตูจุม คัน กาย ใจ กระทบรุม เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมม์ตาม ลำดับ แล้วเกิดความรู้สึกดี ยินร้าย ใจคิดปรุงแต่งไปหลงรัก หลงชัง หลงชอบ หลงโง่
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More