ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรียกว่า Sophomore ตอนนี้ถ้าทำผิดต้อง
ถูกด่าหนิถูกลงโทษแล้ว เพราะถือว่าควรจะ
ปรับตัวได้พอประมาณ พอปี ๓ เรียกว่า Junior
ปี ๔ เรียกว่า Senior คราวนี้ถ้าเผลอทำ
ผิดระเบียบ ผิดวินัย ต้องถูกลงโทษหนักขึ้น
ตามลำาดับ ไม่มีการรอลงอาญาแล้ว
ในทางพระพุทธศาสนาก็เช่นกัน ผู้ที่เข้ามา
บวชใหม่ในปีแรกเรียกว่า พระนวกะ มีฐานะ
เป็นเสมือนน้องใหม่ แต่ช่วงเวลาการเป็น
น้องใหม่ของท่านไม่ใช่ปีเดียว โดยเฉลี่ยก็ ๕ ปี
แม้มีเวลาฝึกตัวนานอย่างนี้ใช่ว่าจะแก้ไขนิสัย
ที่ไม่ดีได้หมด อย่างมากก็ได้เพียงอย่างสองอย่าง
ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น? ก็ไม่ต้องไปถามใคร
ถามตัวเราเองนี่แหละ เรารู้ไหมว่านอนตื่นสาย
ไม่ดี....รู้ ใคร ๆ ก็รู้ แล้วทำไมไม่พยายามแก้ไข
ก็พยายามแก้ไขจนนาฬิกาปลุกพังไปหลายเรือน
แล้วก็ยังไม่ค่อยสำเร็จ นิสัยไม่ดีอื่น ๆ ก็เช่นกัน
ใครที่กำลังใจเข้มแข็งก็แก้ได้เร็ว แต่ใครที่
กำลังใจอ่อนปวกเปียกต้องใช้เวลามากหน่อย
อย่างไรก็ดี ท่านว่าควรแก้ไขตัวเองให้ได้ภายใน
เวลา ๕ ปี
พ้นช่วงเวลาการเป็นพระนวกะเข้าพรรษา
ที่ ๖-๑๐ เรียกว่า พระมัชฌิมะ มัชฌิม แปลว่า
ปานกลาง มีเกณฑ์ว่าน่าจะแก้ไขตัวเองได้
สักครึ่งค่อนแล้ว พรรษาที่ ๑๑-๒๐ เรียกว่า
พระเถระ เกินกว่านั้นตั้งแต่พรรษาที่ ๒๑ เป็นต้น
ไปเรียกว่า พระมหาเถระ ถือเป็นพระผู้ใหญ่
ระดับครูบาอาจารย์ ความสำรวมระวังของท่าน
ก็มากขึ้นเป็นลำดับ แต่ถึงอย่างนั้นตราบใดที่ยัง
ไม่หมดกิเลส ท่านก็ยังมีโอกาสทำผิดพลาด
พลั้งเผลอในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างเป็นธรรมดา
|
ในเรื่องของการติดรสอาหารนี้ พระสัมมา-
สัมพุทธเจ้าทรงเล่าถึงการบิณฑบาตครั้งแรก
และการเอาชนะใจของพระองค์เองว่า “...ครั้งนั้น
เราเสด็จออกจากวัง ทรงม้าข้ามแคว้นไป
ตามลำดับ รุ่งขึ้นเช้าก็ปลงผม อธิษฐานบวชเอง
เสร็จแล้วจึงออกบิณฑบาต เราได้รับอาหารจาก
ชาวบ้านป่า ได้มาแล้วก็ฉันไม่ลง..."
ในวัง
ทรงเล่าว่าเคยเสวยแต่อาหารดี ๆ
ปุบปับมาเจออาหารแบบชาวบ้านซึ่งไม่ประณีต
เห็นแล้วฉันไม่ได้ มันเขละขละเหมือนอาเจียน
ต้องทรงนั่งพิจารณาอยู่นานกว่าจะตัดสินใจฉัน
เข้าไปได้ นี่ขนาดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งทรง
มีกำลังใจเข้มแข็งมากยังต้องทรงพิจารณาแล้ว
พิจารณาอีก เพราะฉะนั้นสงสารพระบวชใหม่
กันบ้างเถิด อย่าค่อนขอดจ้องจับผิดท่านเลย
ก็มี
อย่างไรก็ตาม ที่ใจคอเด็ดเดี่ยวจริง ๆ
เช่น ในอดีตมีพระอรหันต์รูปหนึ่ง ท่านปลงใจ
ในเรื่องอาหารได้อย่างน่าเลื่อมใสมาก มีเรื่อง
เล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านออกบิณฑบาต พบขอทาน
คนหนึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ริมทาง
บ
ธรรมเนียมการรับประทานอาหารของชาวอินเดีย
สมัยนั้นเขาเอาอาหารใส่รวมกันในถาดเพียงถาด
เดียว ส่วนมากเป็นอาหารแห้ง ๆ มีอะไรก็
คลุก ๆ เข้าด้วยกัน ไม่แบ่งเป็นจาน ๆ อย่าง
พวกเรา เวลารับประทานก็นั่งล้อมวงรับประทาน
พร้อมกันทั้งครอบครัว ช้อนก็ไม่ใช้ ใช้มือหยิบ
อาหารใส่ปากเลย
ขอทานคนนี้เป็นโรคเรื้อนงอมแงม นิ้วมือ
แต่ละข้อแทบจะหลุดทั้งนั้น แต่ถึงแม้ยากจน
เขาก็ใจบุญ พอเห็นพระอรหันต์บิณฑบาต
ตรงมา ก็ดีใจว่าวันนี้จะได้ถวายทาน รีบเอามือ
กวาดอาหารในถาดกันไว้เป็นแถบ ว่าแถบนี้
ยังไม่ได้กิน แถบโน้นกินแล้ว จากนั้นก็ยกถาด
ขึ้นสาธุท่วมหัว นิมนต์พระอรหันต์ให้รับบาตร
พระอรหันต์รูปนี้รับอาหารของขอทาน
ๆ
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๑๐๕