ข้อความต้นฉบับในหน้า
พอเข้าไปในโลกออนไลน์แล้ว อยากจะพูด
จะทำอะไรก็เต็มที่ไปเลย รวมทั้งความรับผิดชอบ
ต่อครอบครัวก็ไม่ค่อยมีด้วย เพราะว่าไม่ได้
ๆ
ๆ
แสดงตัวตน เพราะฉะนั้นแรงควบคุมทางสังคม
จึงอ่อนลง เหลือแค่แรงควบคุมทางศีลธรรม
เป็นหลัก จากที่มี ๓ แรงคอยควบคุมอยู่ ก็
เหลือแค่แรงเดียว เมื่อพลังที่คอยควบคุมอยู่
อ่อนแรงลง ศัพท์ที่ดูเถื่อน ๆ ที่ปกติในชีวิต
ประจำวันไม่ใช้กัน จึงนำมาใช้ในสังคมออนไลน์
ส่วนในสังคมออนไลน์ที่มีการแสดง
ตัวตนนั้นก็มีแค่เรากับเพื่อน ๆ เพื่อนก็รู้ว่าเรา
เป็นใคร แล้วทำไมถึงยังมีการใช้ถ้อยคำที่ดิบ ๆ
กว่าที่สังคมปกติใช้นิดหนึ่ง นี้เป็นเพราะ
คุ้นเคยกันด้วย และสังคมออนไลน์มันก็แทรก
อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา แม้กำลังทำงานอยู่
ก็สามารถพิมพ์อะไรลงไปได้ แต่พิมพ์ยาว ๆ
ไม่สะดวก เราจึงไม่ได้ประดิดประดอยถ้อยคำ
ให้สวยหรู หรือบางทีพอเจออะไรปั๊บ เราก็
ต้องการแสดงความรู้สึกออกไปตอนนั้น จึง
พิมพ์ออกไปเลย คำศัพท์ที่ใช้จึงสั้นลง ความ
ไพเราะและความสุภาพก็หย่อนลงไปด้วย
นอกจากนี้การที่ต้องแสดง Status บ่อย ๆ ว่า
กำลังท่าอะไรอยู่ คิดอะไรอยู่ ก็คือการเอา
สิ่งที่อยู่ในความคิดของเราออกมาด้วย ซึ่ง
บ
เหมือนกับเป็นการเปลือยตัวเองออกมา ก็เลย
เกิดอาการอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ที่มาที่ไป
เป็นอย่างนี้
เหมือนเราเป็นอากาศธาตุ เรารู้สึกอย่างไร
คนเราปกติเวลาเจอกันก็ต้องพูดคุยกัน แม้
บางคนพูดน้อยแต่เขาก็ไม่ได้แบ่งความสนใจ
ไปให้คนอื่น แต่ทันทีที่มีสังคมออนไลน์เข้ามา
โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่ติดตัวไปทุกที่ พอมี
อะไรเข้ามาหน่อยต้องมานั่งกด นั่นหมายถึง
ๆ
ว่า ระหว่างที่เรากำลังอยู่กับคนนั่น มีใครก็ไม่รู้
แทรกตัวเข้ามาในโลกออนไลน์ แล้วดึงความ
สนใจและเวลาของเราไปอยู่กับเขาแทน ลอง
คิดดูสิว่า คู่สนทนาที่นั่งอยู่กับเราเขาจะรู้สึก
อย่างไร
เขาจะรู้สึกทันทีว่า เราไม่เห็นความ
สำคัญของเขา ไม่ให้เกียรติเขา เรากำลังมั่นใจ
ไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ ความรู้สึกอย่างนี้เป็นความ
รู้สึกที่ไม่ดี การทำแบบนี้จึงมีผลเสียมาก และ
จะทําให้เราเกิดความคุ้นเคยด้วย วันไหนไม่ได้
อยู่ในโลกออนไลน์ เราจะรู้สึกว่าขาดอะไรไป
เคยมีแบบสอบถามที่อเมริกาให้เลือก
ระหว่างโทรศัพท์มือถือกับเพื่อน พบว่าคน
ส่วนใหญ่เลือกโทรศัพท์ ถ้าไม่มีโทรศัพท์รู้สึกว่า
ชีวิตโหวงเหวง กลายเป็นว่าความคุ้นเคยที่เรา
มีให้โทรศัพท์มือถือเหนือกว่าความคุ้นเคย
กับตัวบุคคลจริง ๆ ไปแล้ว โทรศัพท์กลายเป็น
เพื่อนคู่ชีวิตของเราแทน ซึ่งต้องขอบอกว่า “มัน
เกินเลยไปแล้ว" เราควรหาจุดที่พอดีกันเสียที
ไม่อย่างนั้นมันจะทำลายชีวิตจริงของเรา ลอง
คิดดูว่า เวลาเราทํางานอยู่ เดี๋ยวก็มีเสียงดัง
ขึ้นมา กำลังจะขีดจะเขียนอะไรก็ต้องหยุด ระหว่าง
ปัจจุบันนี้ต่างคนต่างพูดคุยกับเพื่อน หยุดแค่แป๊บเดียวเพื่อมาดูโทรศัพท์ สมาธิเรา
ออนไลน์มากกว่าคนที่อยู่ด้วยกัน แบบนี้
จะมีผลต่อการปฏิสัมพันธ์กันไหม?
มีผลมากเลย ปกติคนเราต้องการความ
เป็นหนึ่ง ถ้าเราไปอยู่กับใครแล้วเขาไม่สนใจ
เสียไปแล้ว ยิ่งถ้ากดโทรศัพท์ต่อไปก็เสียเวลา
เข้าไปอีก พอกลับมาทำงานได้อีก ๕ นาที ๑๐
นาที มีเสียงเข้ามาอีกแล้ว ประสิทธิภาพ
ในการทำงานจะลดลงไปมากเลย
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๑๑๓