ข้อความต้นฉบับในหน้า
สังคมจึงเป็นสิ่งที่จําเป็นสําหรับมนุษย์
เมื่อมนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นสังคม แต่ขาด
ความสำรวมระวังกายวาจาให้ดี เช่น โกหก
หลอกลวง ตบตีแย่งชิง ทำร้ายร่างกาย เป็นต้น
ก็จะก่อการกระทบกระทั่งระหว่างเพื่อนมนุษย์
ขึ้นมา แล้วก็ลุกลามเป็นคดีอาชญากรรมบ้าง
คดีโจรกรรมบ้าง คดีล่วงละเมิดทางเพศบ้าง
คดีหมิ่นประมาทบ้าง ผลก็คือความไม่เป็นสุข
ความทุกข์กายทุกข์ใจที่เกิดจากการอยู่ร่วมกัน
๓.
ครบถ้วนทั้งหมดตามลำพังเป็นเรื่องท่าได้ยาก
ใครถนัดผลิตปัจจัย ๔ ประเภทใด ก็ผลิต
ออกมาแบ่งปันกันบ้าง แลกเปลี่ยนกันบ้าง
ค้าขายกันบ้าง จากเดิมที่เป็นอาชีพในครัวเรือน
ก็กลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ขึ้นมา
ต่อมาเพื่อให้สะดวกกับการแลกเปลี่ยน
สินค้ากันล่วงหน้า ก็มีการตั้งระบบเงินตรา
ซึ่งเป็นของสมมุติขึ้นมาให้มีมูลค่าเท่านั้นเท่านี้
เพื่อไว้ใช้แลกเปลี่ยนเป็นปัจจัย ๔ กลับมา
ทุกข์จากการประกอบอาชีพ ได้แก่ บริโภค เพื่อเติมธาตุ ๔ มาระงับทุกข์ให้แก่
ทุกข์จากการทํามาหากินการท่ามาค้าขาย เพื่อ ร่างกาย
แสวงหาเงินทองมาแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัย ๔
ส่าหรับหล่อเลี้ยงชีวิต
เนื่องจากโลกนี้มีความสลับซับซ้อน กาย
มนุษย์เป็นทุกข์เพราะขาดธาตุ ๔ คือ ธาตุดิน
ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ แต่กลับไม่สามารถเติม
ธาตุ ๔ ให้แก่ร่างกายโดยตรงได้ ต้องแปรรูป
วัตถุดิบต่าง ๆ ให้อยู่ในลักษณะของปัจจัย ๔
ที่เหมาะแก่การบริโภคของมนุษย์ ร่างกายจึง
จะรับธาตุ ๔ เข้าไปได้
ยกตัวอย่างเช่น ถ้ารู้สึกหนาวเกินไป เรา
ก็ไม่สามารถหยิบไฟในเตากลืนลงท้องเข้าไป
โดยตรงได้ ต้องใช้การสวมเสื้อให้หนา ห่มผ้า
ให้อุ่น กินอาหารอุ่น ๆ ดื่มนํ้าอุ่น ๆ เป็นการ
เติมธาตุไฟให้ร่างกาย ร่างกายจึงจะรู้สึกอบอุ่น
คลายหนาว เป็นต้น
กระบวนการผลิตปัจจัย ๔ ให้เหมาะสม
แก่การเติมธาตุ ๔ ให้แก่ร่างกายนี้เอง ได้ก่อ
ให้เกิดการงานต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย ซึ่งกว่า
จะผลิตได้แต่ละอย่างก็ต้องใช้แรงงาน เงินทุน
เครื่องจักร และการบริหารจัดการต่าง ๆ จึงจะ
ได้ปัจจัย ๔ ที่เหมาะแก่การบริโภคของมนุษย์
แต่เนื่องจากการทำงานผลิตปัจจัย ๔ ให้
ส่
๑๑๐ อยู่ในบุญ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ดังนั้น กว่าจะได้ปัจจัย ๔ มาหล่อเลี้ยง
ชีวิตในแต่ละวันอย่างครบถ้วน มนุษย์จึงต้อง
เหน็ดเหนื่อยเป็นอันมาก ต้องดิ้นรนหางาน
ดิ้นรนทํามาหากิน เพื่อให้ได้เงินมาซื้อหาปัจจัย
ให้พอเพียงในแต่ละวันนั่นเอง
๔. ทุกข์จากกิเลสที่อยู่ในใจบีบคั้นมนุษย์
ให้ทำกรรม
เนื่องจากการงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจาก
การหาทางแก้ไขทุกข์ทั้ง ๓ ประการข้างต้นนั้น
มนุษย์ได้ทำไปในลักษณะลองผิดลองถูกมา
เรื่อย ๆ บางครั้งก็ได้ผล แต่บางครั้งก็ไม่ได้ผล
ปัญหาที่ตามมาก็คือ เมื่อแก้ไขทุกข์เหล่านั้น
ในทางที่ผิด นอกจากทุกข์ไม่ลดลงแล้ว ยังกลับ
เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
แต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้น นอกจากได้ทุกข์
เพิ่มขึ้นแล้ว มนุษย์กลับยังได้บาปเพิ่มขึ้น และ
ลดบุญเก่าที่ตนสั่งสมมาอีกด้วย เพราะกิเลส
ที่สิงอยู่ในใจมนุษย์ ๓ ประการ คือ โลภะ โทสะ
และโมหะนั้น กาเนิดขึ้นจากรากเหง้าของมัน
คือ ความไม่รู้จริงถึงเหตุแห่งทุกข์นั้น ๆ ซึ่ง
มีศัพท์เรียกว่า อวิชชา
เมื่อแก้ปัญหาไปโดยอวิชชา คือ ไม่รู้ว่า