ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภิกษุ-สามเณรที่สำเร็จเปรียญธรรม ๙ ประโยค ก็เท่ากับสืบทอดศาสนธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สมัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ทรงแสดงพระธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ ซึ่งเป็นการแสดง
กตัญญูต่อปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ที่เคยตั้งความปรารถนาเอาไว้เมื่อครั้งเฝ้าติดตามปรนนิบัติว่า เมื่อพระโพธิสัตว์
ตรัสรู้แล้วจะได้รู้ตามบ้าง หลังจากพระพุทธองค์เสวยวิมุตติสุขที่พระศรีมหาโพธิ์แล้ว ทรงนึกถึงผู้ที่มีคุณูปการ
อย่างน้อยก็อาจารย์ทั้งสอง คือ อาฬารดาบสและอุทกดาบส แต่อาจารย์ทั้งสองถึงแก่กรรมไปก่อน จึงทรง
เพ่งไปที่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ เพราะท่านทั้ง ๕ นี้มีคุณูปการ
เมื่อปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ยอมรับฟังแล้ว พระองค์ก็ทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร จนกระทั่งปัญจวัคคีย์
ทั้ง ๕ เป็นพระอริยะ เกิดอริยสงฆ์ขึ้นมาครบรัตนะทั้ง ๓ ประการ
๑
หลังจากนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความกตัญญูต่อพระเจ้าพิมพิสาร เนื่องจากเมื่อครั้งที่
พระองค์เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ คือ ออกบวช ก็เสด็จไปพักอยู่กับพระเจ้าพิมพิสาร ณ กรุงราชคฤห์
พระเจ้าพิมพิสารทรงแบ่งทรัพย์สมบัติให้ถึงพระนคร แต่ไม่เป็นที่พึงปรารถนาของเจ้าชายสิทธัตถะ เพราะ
ทรงมีความประสงค์จะแสวงหาโมกขธรรม พระเจ้าพิมพิสารจึงตรัสว่า ถ้าท่านได้รู้ได้เห็นเรื่องดี ๆ แล้ว
ขอให้กลับมาบอกด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเสด็จไปแสดงธรรมแก่พระเจ้าพิมพิสาร จนกระทั่งพระเจ้า
พิมพิสารและชาวเมือง ๑๑ นหุต บรรลุโสดาปัตติผล อีก ๑ นหุตแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
หลังจากนั้นเสด็จไปทรงแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรมต่อพระเจ้าสุทโธทนะที่กรุงกบิลพัสดุ์ หลังจาก
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดพระเจ้าสุทโธทนะพร้อมด้วยพระประยูรญาติแล้ว รุ่งเช้าทรงทำพุทธกิจ คือ
การออกบิณฑบาต ประชาชนทั้งหลายที่ไม่รู้ระเบียบ ไม่รู้ข้อวัตรปฏิบัติ ก็กล่าวขานโจษจันว่าเจ้าชายสิทธัตถะ
พระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะท่าเสียชื่อมาก เป็นถึงลูกเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินไปถือบาตรขอข้าวเขากิน
แบบนี้ถูกต้องหรือไม่ ก็พากันไปฟ้องพระเจ้าสุทโธทนะ พระเจ้าสุทโธทนะไม่ทรงพิจารณาให้ถี่ถ้วน ทรงออก
มาต่อว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าทำอย่างนี้ถูกต้องแล้วหรือ เป็นลูกเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเที่ยวขอข้าวเขากิน
กลางตลาด
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ธมฺมญจเร สุจริต บุคคลพึงทำหน้าที่ของตนเองให้ถูกต้อง หน้าที่ของ
พระก็คือ การแสดงธรรม ฆราวาสก็ทำหน้าที่ของฆราวาส ที่โลกวุ่นวายโกลาหลนั้นเพราะไม่รู้จักหน้าที่
ก้าวก่ายกันไปหมด พูดอย่างนี้เดี๋ยวอาตมาก็ถูกว่าร้ายอีก ว่าวัดพระธรรมกายจ้างเจ้าคุณพระวิสุทธิวงศาจารย์
มาพูด แต่ที่พูดนี้ก็คือหน้าที่ ตามพระดำรัสของพระพุทธเจ้าที่อาตมภาพยกขึ้นไว้ว่า ธมฺมญจเร สุจริต
บุคคลพึงทำหน้าที่ให้ถูกต้อง หน้าที่ของใครก็ของใคร แต่ถ้าทำหน้าที่ไม่ถูกต้องก็ยุ่งเหยิง โกลาหลวุ่นวาย
กันไปหมด ก็ขอฝากพุทธดำรัสของพระพุทธเจ้าไว้ว่า ธมุมญจเร สุจริต บุคคลพึงทำหน้าที่หรือว่าประพฤติ
ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหน้าที่
เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะเสด็จไปต่อว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลางตลาดว่า ท่านทำให้โยมเสียหน้า เที่ยว
มาถือบาตรขอทานเขากินในท้องตลาด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ถวายพระพรมหาบพิตร ตถาคต
ทำหน้าที่ของตถาคตถูกต้องแล้ว มหาบพิตรมีหน้าที่ปกครองดูแลประชาราษฎรทั้งหลายก็ทำหน้าที่ของ
มหาบพิตรไป พระเจ้าสุทโธทนะเข้าพระทัยเลยว่า พระองค์ทรงก้าวก่ายหน้าที่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงเข้าใจผิดคิดไปว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเป็นพระราชโอรสอยู่ แต่ความจริงพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
เป็นพระในพุทธศาสนาแล้ว พระเจ้าสุทโธทนะเป็นพุทธบิดาก็จริงอยู่ แต่ว่าถ้ารู้จักหน้าที่ของกันและกันแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไม่โกลาหลวุ่นวาย
วันนี้ เรียกว่าเราได้มาร่วมมุทิตากับเปรียญธรรม ๙ ประโยค ปีที่ ๒๙ พิธีถวายมหาสังฆทาน ๓,000
กันยายน ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๒๑