ข้อความต้นฉบับในหน้า
อยู่ในบุญ
ต้นบัญญัติมารยาทไทย
เรื่อง : พระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว)
ต้นบัญญัติมารยาทไทย (ตอนที่ ๑๓)
หมวดที่ ๓ ธัมมเทสนาปฏิสังยุต
ข้อ ๑ “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ มีร่มในมือ”
ข้อ ๒ “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้
มีไม้พลองในมือ"
ข้อ ๓ “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้
มีศัสตราในมือ”
ข้อ ๔ “ภิกษุพึงทําความศึกษาว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้
มีอาวุธในมือ"
ข้อ ๕ “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้
สวมเขียงเท้า”
ข้อ ๖ “ภิกษุพึงทําความศึกษาว่า เราจักไม่แสดงธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ สวมรองเท้า”
เป็นเรื่องของการรู้จักกาลเทศะในการ
ตักเตือนคนหรือเทศนาสั่งสอนใครให้เขารับได้
ไม่ใช่นึกอยากจะพูดธรรมะก็พูดเรื่อยไป บางคน
มีความรู้ธรรมะอยากให้ใครต่อใครรู้ตามบ้าง
แต่ไม่รู้จักกาลเทศะในการพูด กลายเป็นการพูด
เพ้อเจ้อไป บางทีกลายเป็นทำให้ธรรมะเสียค่า
ไปก็มี
ในสมัยโบราณ พระนักเทศน์ทั้งหลายท่าน
ให้ความเคารพในธรรมมาก เวลาท่านจะเทศน์
ท่านต้องล้างมือให้สะอาดเสียก่อน จึงจะหยิบ
คัมภีร์ใบลานขึ้นมา ท่านกลัวคัมภีร์จะเปื้อน และ
ถึงแม้ล้างมือสะอาดแล้ว แต่ยังมีกลิ่นติดอยู่
๘๖ อยู่ในบุญ กันยายน ๒๕๕๙
ท่านก็ไม่ยอม ต้องไปล้างอีกหลายครั้ง ท่านว่า
เป็นการแสดงความเคารพในธรรมด้วยกาย
บางท่านถึงกับเอานําอบไทยหยดลงไปใน
มือให้มีกลิ่นหอมเสียก่อน จึงไปหยิบคัมภีร์ได้
หยิบคัมภีร์แล้วท่านยังให้ความเคารพ
ในคัมภีร์อีก พวกเราเคยเห็นสมุดใบลานที่พระ
ใช้เทศน์ไหม แผ่นยาว ๆ มีผ้าห่ออยู่แล้วมี
เชือกผูก เวลาแก้เชือกท่านไม่เอามือข้ามคัมภีร์
เด็ดขาด ท่านบอกว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพ
พระธรรม
พระบางรูปไม่รู้จักธรรมเนียม พอคว้า
พระคัมภีร์ใบลานได้ทั้ง ๆ ที่มีผ้าห่อ มีเชือก