ข้อความต้นฉบับในหน้า
ยุคแรก เมื่อครั้งพญาการเมืองแห่งนครรัฐ
น่านรับพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์และ
ภาษาบาลีจากกรุงสุโขทัยในสมัยพระมหา
ธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ซึ่งถือว่าเป็น
กษัตริย์ที่ใช้หลักการศาสนาและการทหาร
ในการปกครองพุทธจักรและอาณาจักรให้เป็น
ปึกแผ่น โดยอาศัยพระปรีชาสามารถในด้าน
พุทธศาสนา ทรงพระราชนิพนธ์ไตรภูมิพระร่วง
เพื่อสอนเรื่องนรกสวรรค์ให้ประชาชนเกรงกลัว
ต่อบาปและหมั่นสั่งสมบุญกุศล อันมีนัย
ด้านการปกครองบ้านเมืองให้พสกนิกรใต้ร่ม
พระบารมีอยู่เย็นเป็นสุข ถือเป็นวรรณกรรม
ทางพระพุทธศาสนาเล่มแรก และเป็นกุศโลบาย
ที่พระองค์ทรงใช้เพื่อสร้างความสงบร่มเย็น
ทางสังคมอย่างแยบคาย นอกจากนี้พระองค์
ยังมีสายพระเนตรที่กว้างไกลในการขยาย
แสนยานุภาพทางการทหารและศาสนาผ่าน
ๆ
ศูนย์กลางการค้าเกลืออย่างน่านไปยังดินแดน
ต่าง เพื่อให้อาณาจักรรอบข้างยอมรับ
พระองค์ในฐานะกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย จึง
โปรดเกล้าฯ ให้ส่งมหาเถรธรรมบาลภิกขุ หนึ่งใน
พระอาจารย์ของพระองค์ ผู้เป็นที่เคารพของ
พญาการเมืองไปอยู่ที่น่าน เมื่อพระมหาธรรม
ราชาลิไททรงใช้หลักการทางทหารและการ
พระศาสนาสำเร็จ การจารใบลานด้วยภาษาบาลีจึง
ขยายไปอย่างกว้างขวางในเมืองน่านนับแต่นั้นมา
ภาพจิตรกรรมฝาผนังฝั่งทิศเหนือ
เป็นภาพลูกศิษย์หมอบเขียน
อักษรธรรมบนกระดานชนวน
ตามคำบอกของพระอาจารย์ว่า
“เย สันตา สันตะจิตตา ติสะระณะสะระณา
ร้อยกว่าปีต่อมาเป็น ยุคที่สอง ที่ภาษา
บาลีและการจารคัมภีร์ใบลานเข้ามาสู่น่านนคร
เมื่อพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งนครพิงค์
เชียงใหม่ มีพระราชประสงค์จะครอบครอง
แหล่งเกลือ จึงทรงยกทัพมาตีจนสามารถ
ผนวกน่านเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร
ล้านนาได้สำเร็จ รัชสมัยของพระองค์ถือเป็น
น้อยใหญ่จำนวนมาก อีกทั้งพระพุทธศาสนา
และการศึกษาคัมภีร์พระไตรปิฎกก็เจริญ
รุ่งเรืองอย่างสูงสุด ดังจะเห็นได้จากการที่
พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สังคายนาพระไตรปิฎก
บาลีแล้วจารลงใบลานด้วยอักษรธรรมแจกจ่าย
ไปทั่วอาณาเขตที่ทรงปกครอง จึงส่งผลให้น่าน
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเมืองขึ้นของอาณาจักร
ยุคทองของอาณาจักรล้านนา ที่รุ่งเรืองทั้ง ล้านนารับความรุ่งเรืองด้านพระพุทธศาสนา
การขยายอาณาเขตไปครอบครองหัวเมือง
และการศึกษาภาษาบาลีเข้ามาด้วย
๖๒ อยู่ในบุญ กันยายน ๒๕๕๙