ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระนิพนธ์ของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ 11
เมื่อกำลังเรียนอยู่นั้น ท่านต้องพบกับความลำบากมาก
สมัยนั้นเรียนกันตามกุฏิต้องเดินไปศึกษากับอาจารย์ตามวัดต่างๆ
เมื่อฉันเช้า แล้วข้ามฟากไปเรียนที่วัดอรุณราชวราราม กลับมา
ฉันเพลที่วัด เพลแล้วไปเรียนที่วัดพระเชตุพน แต่ไม่ได้ไปติดๆ กัน
ทุกวัน มีเว้นบ้างสลับกันบ้างไป
สมัยที่ท่านศึกษาอยู่นั้น กำลังนิยมใช้หนังสือขอมที่จารลง
ในใบลาน และนักเรียนที่ไปขอศึกษากับอาจารย์นั้น บทเรียนไม่
เสมอกัน ต่างคนต่างเรียนตามความสมัครใจ กล่าวคือบางองค์
เรียนธรรมบทเบื้องต้น บางองค์เรียนบั้นปลาย ยิ่งนักเรียนมาก
หนังสือที่เอาไปโรงเรียนก็เพิ่มจํานวนขึ้น
เช่น นักเรียน ๑๐ คน เรียนหนังสือกันคนละผูก นักเรียน
ที่ไปเรียนนั้นก็ต้องจัดหนังสือติดตัวไปครบจำนวนนักเรียน เป็น
ทั้งนี้ก็เพราะนอกจากเรียนตามบทเรียนของตนแล้ว เอาหนังสือ
ไปฟังบทเรียนของคนอื่นด้วย ช่วยให้ตนมีความรู้กว้างขวางขึ้น
ฉะนั้นปรากฏว่านักเรียนต้องแบกหนังสือไปคนละหลายๆ ผูก
แบกจนไหล่ลู่ คือว่าหนังสือเต็มบ่า
หลวงพ่อวัดปากนํ้าเป็นนักเรียนประเภทดังกล่าว ท่าน
พยายามไม่ขาดเรียน แบกหนังสือข้ามฟากลงท่าประตูนกยูงวัด
พระเชตุพน ไปขึ้นท่าวัดอรุณฯ เข้าศึกษาในสำนักนั้น ท่านเล่าให้
ฟังว่าลําบากอยู่หลายปี ด้วยความเพียรของท่าน จนชาวประตูนก
ยูงเกิดความเสื่อมใส ได้ปวารณาเรื่องภัตตาหาร คือ อาราธนาท่าน
รับบิณฑบาตเป็นประจำ และขาดเหลือสิ่งใดขอปวารณา