ข้อความต้นฉบับในหน้า
และจัดแจงถวายเภสัชทุกชนิดแด่ภิกษุสงฆ์
ในวัดนั้นเป็นประจำอีกด้วย
ทารกผู้อยู่ในท้องปลา
ในชาติสุดท้าย ท่านมาบังเกิดในตระกูล
เศรษฐีในกรุงโกสัมพี เมื่อยังเป็นทารกแรกคลอด
พวกพี่เลี้ยงได้พาไปอาบน้ำที่แม่น้ำ และถูก
ปลาใหญ่ฮุบเข้าปาก เมื่อปลาตัวนั้นกลืนเด็ก
เข้าไปก็รู้สึกเหมือนถูกความร้อนแผดเผาไปทั่ว
ร่างกาย จึงว่ายน้าด้วยความทุรนทุรายจนไป
ติดตาข่ายของชาวประมงเมืองพาราณสี พอนำ
ออกจากตาข่าย ปลาก็ตายทันที ชาวประมง
หามปลาตัวนั้นเดินป่าวประกาศว่าจะขายราคา
๑,๐๐๐ กหาปณะ แต่ก็ไม่มีใครซื้อ จนมาถึง
บ้านของเศรษฐีตระกูลหนึ่งซึ่งไม่มีบุตร ชาว
ประมงก็ลดราคาเหลือเพียงกหาปณะเดียว
เศรษฐีจึงรับซื้อไว้ โดยทั่วไปเวลาทําอาหารจะ
ต้องผ่าท้องปลา แต่วันนั้นภรรยาเศรษฐีเห็นปลา
ตัวใหญ่ผิดปกติ จึงให้คนทดลองผ่าข้างหลัง ก็พบ
ทารก จึงอุ้มไปให้เศรษฐี เศรษฐีรีบอุ้มทารก
ไปยังพระราชสำนัก และกราบทูลพระราชาว่า
๐๘ อยู่ในบุญ มกราคม ๒๕๕๘
“ข้าพระองค์พบเด็กทารกในท้องปลา จะทำ
ประการใดดี พระเจ้าข้า” พระราชาตรัสว่า
"เด็กอยู่ในท้องปลาได้โดยปลอดภัย ถือว่าเป็น
เด็กมีบุญ ดังนั้นท่านจงเลี้ยงเขาไว้เถิด"
ข่าวแพร่สะพัดไปถึงบ้านเศรษฐีโกสัมพี
พวกเขาจึงพากันไปเมืองพาราณสี ขณะนั้น
มารดาผู้ให้กำเนิดเห็นภรรยาเศรษฐีพาราณสี
กับพี่เลี้ยงกำลังแต่งตัวเด็ก จึงตรงไปขออุ้ม
แล้วก็เล่าถึงสาเหตุที่มาเมืองนี้ ภรรยาเศรษฐี
พาราณสีรีบพูดขึ้นทันทีว่า “เด็กคนนี้เป็นลูกเรา”
มารดาของเด็กถาม “ท่านได้เด็กมาจากไหน”
นางตอบว่า “เราได้มาจากในท้องปลา” มารดา
กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น เด็กคนนี้ก็ไม่ใช่ลูกของ
ท่าน แต่เป็นลูกของเรา” นางจึงถามว่า “ว่าแต่
ท่านล่ะได้เค็กมาจากที่ไหน" มารดาตอบว่า
“อ้าว! เราอุ้มท้องเด็กคนนี้มาตั้ง ๑๐ เดือน
แต่มีปลามาฮุบเด็กไปตอนพี่เลี้ยงพาไปอาบน้ำ
ภรรยาเศรษฐีพาราณสีกล่าวว่า "ลูกของท่าน
คงจะถูกปลาตัวอื่นกลืนไปกระมัง” ทั้งสองฝ่าย
ต่างไม่ยอมกัน จึงพากันไปยังพระราชสำนัก