ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทำงานทั้ง ๆ ที่เป็นคนมีฝีมือ แต่ก็ไม่ก้าวหน้า ไม่เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน เพราะความที่ไปละเมิด
สิทธิของผู้อื่นจนเคยตัว เมื่อไม่มีใครอยากให้ร่วมงานด้วยก็โทษโชคชะตาฟ้าดิน แท้จริงเป็นเพราะ
ตัวเองสันดานไม่ดีต่างหาก
หลวงพ่อไม่ชอบนิสัยเช่นนี้และไม่เคยทํา สมัยที่เพิ่งได้พบหลวงพ่อธัมมชโย ตอนนั้นท่านยังเป็น
นิสิตรุ่นน้อง ครั้งแรกที่พบก็นึกรักท่าน เห็นท่าทางดี นิสัยดี จึงตั้งใจว่าจะรับรุ่นน้องคนนี้มาเป็น
ลูกศิษย์ จะสอนวิชาหนังเหนียว อยู่ยงคงกระพันให้ แต่เมื่อได้สนทนากัน พบว่าท่านมีคุณธรรม
สูงกว่า จึงเชิญท่านมาพักที่บ้านของหลวงพ่อ บ้านพักนั้นมีห้องเดียวและเตียงเดียว เวลานอน
หลวงพ่อเชิญให้ท่านนอนบนเตียง ส่วนตัวเองนอนกับพื้น ถึงแม้ท่านจะเป็นรุ่นน้องและมีอายุน้อย
กว่า แต่เพราะท่านมีคุณธรรมสูงกว่า จึงให้ความเคารพท่านตลอดมา ตั้งแต่ท่านยังไม่ได้บวช เคารพ
โดยถือเอาคุณธรรมเป็นที่ตั้ง แม้ปัจจุบันนี้ ถ้วยแก้วหรืออาสนะของท่านหลวงพ่อก็ไม่เคยถือวิสาสะ
นำมาใช้ เพราะให้ความเคารพว่าเป็นของครูบาอาจารย์ ซึ่งหลวงพ่อได้ปฏิบัติเช่นนี้มาตลอด
โบราณสอนไว้ว่า “ไม่ควรตีตนเสมอท่าน” หากเราไปตีเสมอใคร ถ้าผู้นั้นเขามีคุณธรรมสูงกว่า
เรา เราก็มองไม่เห็นคุณความดีของเขาเพราะใจเราบอด คนหลงตัวเองจะไม่มีโอกาสสร้างความดี
ได้เลย ตรงกันข้าม ถ้าเราไปพบผู้ที่มีคุณธรรมสูงกว่า และเรายกท่านไว้เหนือหัว เอาใจผูกไว้กับ
ความดีของท่าน การทําอย่างนี้จะทำให้เรามีความอุตสาหะ ขวนขวายสร้างความดีตามท่าน แล้ว
วันหนึ่งเราก็จะสามารถปรับปรุงให้ดีเท่าท่านได้
มีนิทานเกี่ยวกับเรื่องการตีตนเสมอท่านเล่าว่า มีสุนัขตัวหนึ่งรูปร่างใหญ่โตแข็งแรง แต่มีนิสัย
เสีย ชอบระรานกัดผู้คนในหมู่บ้านไปทั่ว แม้แต่กำนันผู้ใหญ่บ้านก็ถูกกัดมาแล้ว ใครเดินผ่านต้อง
ถือไม้เตรียมระวังไว้
ๆ
วันหนึ่ง เจ้าสุนัขตัวนี้ได้ยินคนเขาคุยกันเรื่องเสือว่าเป็นสัตว์ที่น่ากลัวจริง ๆ มันหูผึ้งตั้งใจฟัง
ว่า เสือมันน่ากลัวอย่างไร ก็พอดีคนหนึ่งเอ่ยปากถามเพื่อนขึ้นมาว่า “ข้าไม่เคยเห็นเสือ มันน่ากลัว
ยังไงหรือ" เพื่อนตอบ "ปัดโธ่! ก็มันมีขาตั้ง ๔ ขา แล้วเขี้ยวมันก็คม” เจ้าสุนัขได้ฟังก็นึกว่า....
เราก็มี ๔ ขาเหมือนกัน เขี้ยวเราก็คม ขนาดกำนันเรายังเคยกัดซะจมเขี้ยวไปเลย
น
"เล็บมันก็คม ตะปบทีเนื้อหลุดติดมาเลย ตะปบกะโหลกใครหนังหัวหลุดติดมาทั้งหัวเชียวละ
เพื่อนคนนั้นบรรยายต่อ เจ้าสุนัขมันนึกในใจว่า.... เล็บเราก็คม ยังเคยตะปบถลกหนังทั้งแมวทั้งหนู
ตายมาตั้งหลายตัวแล้ว เสียงคนนั้นอธิบายต่อว่า "อย่าว่าแต่เขี้ยวมันเลย เพียงแค่ได้ยินเสียงมัน
คารามก็ตกอกตกใจขาแข้งสั่นแทบจะวิ่งไม่ไหวแล้ว" เสียงเสือจะสักเท่าไรกัน เสียงเราก็ใช่ย่อย
คารามก็ดูน่ากลัว เจ้าสุนัขนักผยองเอาตัวเองไปเทียบกับเสือ
วันต่อมา มันได้ยินเขาคุยกันว่ามีเสือมาเพ่นพ่านอยู่ชายป่า มันก็ได้แต่นึกว่า อย่างเสือจะ
น่ากลัวแค่ไหนกัน แล้วมันก็เดินเข้าป่า หมายจะสู้กับเสือดูสักครั้ง แต่เมื่อไปเจอเสือเข้าจริง ๆ ยัง
ไม่ทันได้แยกเขี้ยวก็ถูกเสือตะปบเอาไปเป็นอาหารเสียแล้ว
บุคคลที่ตีตนเสมอท่าน ชอบลามปามเช่นนี้ จะไม่สามารถสร้างคุณความดีได้ แล้วชาตินี้
อย่าไปหวังเลยว่าจะมีศักดิ์ศรีเท่าเขา
๙๒ อยู่ในบุญ มกราคม ๒๕๕๘