ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๕. ต้องรู้ชนิดแขกที่มาหานาย
กับอนึ่งว่าแขกไปไทยมาก็ดี เราต้องสังเกตสังกาไว้ด้วยว่า แขกที่มานั้นคือใคร เป็นคนคุ้นเคย
สนิทสนมกับนายหรือไม่ หรือว่าเป็นคนแต่เผิน ๆ เหินห่างกัน ถ้าเป็นแต่เพียงห่าง ๆ กัน เราก็
ควรเชื้อเชิญให้พักในที่อันสมควรพัก คือที่รับแขกธรรมดา ถ้าเป็นคนสนิทชิดชมกับนายเรา ๆ ก็
ควรเชื้อเชิญให้พักในที่อันควรพักแห่งนายเราเคยรับรอง และเราต้องหาช่องเข้าไปร่ำเรียนให้ท่าน
ทราบ ถ้าเราไม่รู้จักต้องถามนามเข้าไปให้ทราบด้วย
แม้ว่าท่านนอนหลับ เราต้องเรียนนายผู้หญิงให้ทราบว่าท่านคนนั้นมาหา ควรจะปลุกหรือ
ไม่นั้นต้องเรียนหาฤานายผู้หญิงท่านดูก่อน แต่เราต้องรู้ด้วยว่า เป็นราชการด่วน หรือการสำคัญ
อันใดด้วย หรือว่าท่านผู้หญิงก็นอนหลับด้วย หรือไม่อยู่ก็ดี ถ้าเช่นนั้นเราต้องพิจารณาดูอีกว่า
ถ้าเป็นการด่วนการสําคัญ เราต้องหาช่องปลุก
เราเคยปลุกได้ หรือคนใดที่ควรปลุกได้ ก็ต้องบอกให้ปลุก แต่ต้องควรปลุกจึงปลุก ไม่ใช่สุดแต่
ใครมาหาก็ปลุก คนเลว ๆ มาหาเพื่อธุระประโยชน์ของตน มีมายืมเงิน ขอเงิน ขอให้ช่วยเรื่อง
ความ ขอทำงาน และขอกรุณาอะไรต่าง ๆ เป็นต้น อยู่ในเรื่องกวนใจเช่นนี้ไม่ควรจะปลุก
ถ้าแม้เป็นเจ้านาย หรือท่านผู้มีบรรดาศักดิ์สูง หรือท่านผู้ที่นายเรานบน้อมนับถือ ถ้าเช่นนั้น
ก็ว่าจะต้องปลุก และที่ว่าเจ้านายและท่านผู้มีบรรดาศักดิ์นั้น จะต้องรู้ว่าใครเป็นอย่างไรต่ออย่างไรด้วย
เรื่องนี้ดูเหมือนง่าย แต่ในเชิงปฏิบัติค่อนข้างยาก หลวงพ่อขอยกตัวอย่างเรื่องในวัดของเรา
หลายคนที่เคยมาวัดพระธรรมกายคงจะเคยได้ยินว่า ทั้งเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
เป็นบุคคลที่เข้าพบได้ยากเป็นอย่างยิ่ง อดีตนายอำเภอคลองหลวงท่านหนึ่งถึงกับบ่นว่า “ไปพบ
รัฐมนตรีมหาดไทยยังง่ายกว่าพบเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย”
หลวงพ่อขอถือโอกาสนี้อธิบายถึงที่มาของคำพูดดังกล่าวว่า พระสงฆ์ที่เข้ามาบวชใน
พระพุทธศาสนานั้น มีจุดมุ่งหมายของการบวชแตกต่างกัน มีทั้งที่มาบวชเพราะเห็นว่าเป็นพระแล้ว
สบายดี จึงบวชต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ชอบใจจะสึกเมื่อไรก็ย่อมได้ มีทั้งมาบวชเพื่อศึกษาหาความรู้
ทางธรรม และที่สำคัญมีทั้งประเภทที่บวชตลอดชีวิต อุทิศเพื่อพระพุทธศาสนา ตั้งใจจะปราบกิเลส
มุ่งไปพระนิพพาน ซึ่งในขณะนี้มีพระสงฆ์จำนวนไม่น้อยที่มีความมุ่งมั่นเช่นนี้จำพรรษาอยู่ที่
วัดพระธรรมกาย
หลวงพ่อธัมมชโยท่านบวชเพื่อมุ่งพระนิพพาน ในแต่ละวันท่านจะตื่นแต่เช้า ประมาณตี 4 ครึ่ง
ถึงตี ๕ เพื่อนั่งสมาธิ จนกระทั่งได้เวลาฉันเช้า หลังจากนั้นถ้ามีการงานท่านจะเรียกประชุมพระและ
เจ้าหน้าที่เพื่อสั่งงาน กว่าจะประชุมสั่งงานเสร็จเรียบร้อยก็ประมาณเก้าโมงเช้า ช่วง ๔ - ๑๑ โมง
เช้านี้ท่านทำสมาธิภาวนาต่อ ด้วยความที่พวกเราทราบถึงคุณค่าของการทำภาวนาว่ามีมากมาย
ฉะนั้นพระภิกษุหรือเจ้าหน้าที่วัดก็ดีจะไม่เข้าไปรบกวนท่านในช่วงดังกล่าวเป็นอันขาด นอกจากเป็น
๙๔ อยู่ในบุญ มกราคม ๒๕๕๘