การรู้ชนิดแขกที่มาหานาย วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 467 เดือนมกราคม หน้า 96
หน้าที่ 96 / 184

สรุปเนื้อหา

๒๕. ต้องรู้ชนิดแขกที่มาหานาย กับอนึ่งว่าแขกไปไทยมาก็ดี เราต้องสังเกตสังกาไว้ด้วยว่า แขกที่มานั้นคือใคร เป็นคนคุ้นเคย สนิทสนมกับนายหรือไม่ หรือว่าเป็นคนแต่เผิน ๆ เหินห่างกัน ถ้าเป็นแต่เพียงห่าง ๆ กัน เราก็ ควรเชื้อเชิญให้พักในที่อันสมควรพัก คือที่รับแขกธรรมดา ถ้าเป็นคนสนิทชิดชมกับนายเรา ๆ ก็ ควรเชื้อเชิญให้พักในที่อันควรพักแห่งนายเราเคยรับรอง และเราต้องหาช่องเข้าไปร่ำเรียนให้ท่าน ทราบ ถ้าเราไม่รู้จักต้องถามนามเข้าไปให้ทราบด้วย แม้ว่าท่านนอนหลับ เราต้องเรียนนายผู้หญิงให้ทราบว่าท่านคนนั้นมาหา ควรจะปลุกหรือ ไม่นั้นต้องเรียนหาฤานายผู้หญิงท่านดูก่อน แต่เราต้องรู้ด้วยว่า เป็นราชการด่วน หรือการสำคัญ อันใดด้วย หรือว่าท่านผู้หญิงก็นอนหลับด้วย หรือไม่อยู่ก็ดี ถ้าเช่นนั้นเราต้องพิจารณาดูอีกว่า ถ้าเป็นกา

หัวข้อประเด็น

- การรู้ชนิดแขกที่มาหานาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒๕. ต้องรู้ชนิดแขกที่มาหานาย กับอนึ่งว่าแขกไปไทยมาก็ดี เราต้องสังเกตสังกาไว้ด้วยว่า แขกที่มานั้นคือใคร เป็นคนคุ้นเคย สนิทสนมกับนายหรือไม่ หรือว่าเป็นคนแต่เผิน ๆ เหินห่างกัน ถ้าเป็นแต่เพียงห่าง ๆ กัน เราก็ ควรเชื้อเชิญให้พักในที่อันสมควรพัก คือที่รับแขกธรรมดา ถ้าเป็นคนสนิทชิดชมกับนายเรา ๆ ก็ ควรเชื้อเชิญให้พักในที่อันควรพักแห่งนายเราเคยรับรอง และเราต้องหาช่องเข้าไปร่ำเรียนให้ท่าน ทราบ ถ้าเราไม่รู้จักต้องถามนามเข้าไปให้ทราบด้วย แม้ว่าท่านนอนหลับ เราต้องเรียนนายผู้หญิงให้ทราบว่าท่านคนนั้นมาหา ควรจะปลุกหรือ ไม่นั้นต้องเรียนหาฤานายผู้หญิงท่านดูก่อน แต่เราต้องรู้ด้วยว่า เป็นราชการด่วน หรือการสำคัญ อันใดด้วย หรือว่าท่านผู้หญิงก็นอนหลับด้วย หรือไม่อยู่ก็ดี ถ้าเช่นนั้นเราต้องพิจารณาดูอีกว่า ถ้าเป็นการด่วนการสําคัญ เราต้องหาช่องปลุก เราเคยปลุกได้ หรือคนใดที่ควรปลุกได้ ก็ต้องบอกให้ปลุก แต่ต้องควรปลุกจึงปลุก ไม่ใช่สุดแต่ ใครมาหาก็ปลุก คนเลว ๆ มาหาเพื่อธุระประโยชน์ของตน มีมายืมเงิน ขอเงิน ขอให้ช่วยเรื่อง ความ ขอทำงาน และขอกรุณาอะไรต่าง ๆ เป็นต้น อยู่ในเรื่องกวนใจเช่นนี้ไม่ควรจะปลุก ถ้าแม้เป็นเจ้านาย หรือท่านผู้มีบรรดาศักดิ์สูง หรือท่านผู้ที่นายเรานบน้อมนับถือ ถ้าเช่นนั้น ก็ว่าจะต้องปลุก และที่ว่าเจ้านายและท่านผู้มีบรรดาศักดิ์นั้น จะต้องรู้ว่าใครเป็นอย่างไรต่ออย่างไรด้วย เรื่องนี้ดูเหมือนง่าย แต่ในเชิงปฏิบัติค่อนข้างยาก หลวงพ่อขอยกตัวอย่างเรื่องในวัดของเรา หลายคนที่เคยมาวัดพระธรรมกายคงจะเคยได้ยินว่า ทั้งเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นบุคคลที่เข้าพบได้ยากเป็นอย่างยิ่ง อดีตนายอำเภอคลองหลวงท่านหนึ่งถึงกับบ่นว่า “ไปพบ รัฐมนตรีมหาดไทยยังง่ายกว่าพบเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย” หลวงพ่อขอถือโอกาสนี้อธิบายถึงที่มาของคำพูดดังกล่าวว่า พระสงฆ์ที่เข้ามาบวชใน พระพุทธศาสนานั้น มีจุดมุ่งหมายของการบวชแตกต่างกัน มีทั้งที่มาบวชเพราะเห็นว่าเป็นพระแล้ว สบายดี จึงบวชต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ชอบใจจะสึกเมื่อไรก็ย่อมได้ มีทั้งมาบวชเพื่อศึกษาหาความรู้ ทางธรรม และที่สำคัญมีทั้งประเภทที่บวชตลอดชีวิต อุทิศเพื่อพระพุทธศาสนา ตั้งใจจะปราบกิเลส มุ่งไปพระนิพพาน ซึ่งในขณะนี้มีพระสงฆ์จำนวนไม่น้อยที่มีความมุ่งมั่นเช่นนี้จำพรรษาอยู่ที่ วัดพระธรรมกาย หลวงพ่อธัมมชโยท่านบวชเพื่อมุ่งพระนิพพาน ในแต่ละวันท่านจะตื่นแต่เช้า ประมาณตี 4 ครึ่ง ถึงตี ๕ เพื่อนั่งสมาธิ จนกระทั่งได้เวลาฉันเช้า หลังจากนั้นถ้ามีการงานท่านจะเรียกประชุมพระและ เจ้าหน้าที่เพื่อสั่งงาน กว่าจะประชุมสั่งงานเสร็จเรียบร้อยก็ประมาณเก้าโมงเช้า ช่วง ๔ - ๑๑ โมง เช้านี้ท่านทำสมาธิภาวนาต่อ ด้วยความที่พวกเราทราบถึงคุณค่าของการทำภาวนาว่ามีมากมาย ฉะนั้นพระภิกษุหรือเจ้าหน้าที่วัดก็ดีจะไม่เข้าไปรบกวนท่านในช่วงดังกล่าวเป็นอันขาด นอกจากเป็น ๙๔ อยู่ในบุญ มกราคม ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More