ข้อความต้นฉบับในหน้า
สารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตมาก คือ โปรตีน
คนญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีความสูงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าคนไทย แต่หลังสงครามโลก
ครั้งที่ ๒ จบไป ญี่ปุ่นพัฒนาคุณภาพประชากรขึ้นใหม่ คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่มีร่างกายสูงใหญ่ขึ้นมาก
เพราะบริโภคอาหารถูกหลักโภชนาการมากขึ้น แต่เดิมอาหารญี่ปุ่นมีพวกผักดองเป็นหลัก ในยุค
หลังอาหารเน้นซุปเป็นหลัก ตามด้วยอาหารอุดมโปรตีนอื่น ๆ พวกถั่วเหลือง เต้าหู้ นม
ยาสมุนไพรทั้งยาจีน ยาไทย เมื่อจะใช้ก็นำมาต้มให้ตัวยาละลายออกมาอยู่ในน้ำ พอต้มยา
เสร็จก็ดื่มน้ำยาต้มนั้น ส่วนที่เหลือคือกากก็ทิ้งไป เพราะคุณค่าทางยาละลายออกไปหมดแล้ว
เมื่อก่อนนี้คนไทยเวลาหุงข้าว พอหุงเสร็จจะรินน้ำข้าวทิ้ง สารอาหารในข้าวก็ออกไปพร้อม
กับนาข้าว ข้าวในส่วนที่รับประทานก็คือส่วนกาก ต่อมาผลิตหม้อนึ่งข้าวสามารถหุงข้าวแบบ
ไม่ต้องเช็ดน้ำ ไม่ต้องเทน้ำข้าวทิ้ง ข้าวหุงสุกในหม้อในขั้นตอนเดียว ข้าวที่รับประทานกันจึงเป็น
ข้าวที่อุดมด้วยคุณค่าสารอาหาร แต่พอมาถึงเรื่องต้มยำท่าแกง เราก็ยังนิยมบริโภคส่วนของ
เนื้อแกง เหลือน้ำแกงทิ้งเป็นส่วนใหญ่ สารอาหารในน้ำแกงที่ร่างกายควรจะได้รับไปบำรุงหล่อเลี้ยง
ร่างกาย จึงถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อไม่ตระหนักถึงความสําคัญของอาหาร ว่าสิ่งที่คนเราต้องการจากอาหารนั้นคืออะไร
อาหารนั้นต้องปรุงอย่างไร จึงจะได้สารอาหารออกมา และอยู่ในส่วนไหนของอาหาร เราจึงไม่ได้
ประโยชน์จากอาหารที่บริโภคเข้าไปอย่างที่ควรจะได้ สุขภาพร่างกายจึงไม่สมบูรณ์แข็งแรงอย่างที่
ควรจะเป็น และทำให้สูญเสียทรัพย์มากเกินความจําเป็น
ขาดวินัยในการรับประทานอาหาร
ตามที่ได้กล่าวแล้วในตอนต้นว่า ตัวของเราหรือร่างกายของเรานี้ต้องการรับอาหารเข้าไป
ทุกวัน เพราะในอาหารมีสารอาหารที่จะหล่อเลี้ยงร่างกาย และจำเป็นต้องได้ครบทั้ง ๕ หมู่ร่างกาย
จึงจะเจริญเติบโต ดำารงชีวิตอยู่ได้ดี
การรับประทานอาหารของคนเราในทุกวันนี้ ถอยห่างจากคำว่า “ปกติ” ของการรับประทาน
อาหารไปมาก เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เรามักจะเร่งรีบในการรับประทานอาหารเช้า ส่วนใหญ่
รับประทานแค่ของว่างพวกขนมปังเล็กน้อยกับกาแฟ พอให้รู้สึกอิ่ม แล้วก็รีบไปเรียนไปทำงานกัน
ของว่างเหล่านี้ส่วนใหญ่มีแต่แป้งกับน้ำตาลเท่านั้น เพียงเท่านี้อาหารมื้อเช้าที่สำคัญเราก็ขาดโปรตีน
ไปเรียบร้อยแล้ว
ในเมื่อมื้อเช้ารับประทานไปแต่พวกของว่าง ยังไม่ทันถึงเที่ยงก็จะหิวแล้ว พอหิวก็ไปพึ่งขนม
ของว่างอีก พอถึงมื้อเที่ยงท้องไม่ว่างเต็มที่ รับประทานอาหารเข้าไปเพียงปริมาณหนึ่งก็อิ่มแล้ว
เมื่อรับอาหารเที่ยงเข้าไปไม่เต็มที่ พอตกบ่าย ๆ ท้องก็จะเริ่มหิวอีก ก็จะต้องพึ่งพวกของว่าง
ต่าง ๆ อีก ซึ่งล้วนแต่เป็นพวกแป้งและน้ำตาล สุดท้ายมื้อที่จะรับประทานอาหารได้เต็มที่เหลืออยู่
แค่มื้อเย็นเท่านั้น
4
เมื่อวงจรการรับประทานเป็นเช่นนี้ คนรุ่นใหม่จึงโตมาด้วยแป้งและน้ำตาลเป็นหลัก ขาดสาร
อาหารพวกโปรตีนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอวัยวะกล้ามเนื้อต่าง ๆ รูปร่างและบุคลิกภาพ
จึงเปลี่ยนไปมากจากคนไทยในอดีต
มกราคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๗