ความสำคัญของสารอาหาร วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 467 เดือนมกราคม หน้า 99
หน้าที่ 99 / 184

สรุปเนื้อหา

สารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตมาก คือ โปรตีน คนญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีความสูงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าคนไทย แต่หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ จบไป ญี่ปุ่นพัฒนาคุณภาพประชากรขึ้นใหม่ คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่มีร่างกายสูงใหญ่ขึ้นมาก เพราะบริโภคอาหารถูกหลักโภชนาการมากขึ้น แต่เดิมอาหารญี่ปุ่นมีพวกผักดองเป็นหลัก ในยุค หลังอาหารเน้นซุปเป็นหลัก ตามด้วยอาหารอุดมโปรตีนอื่น ๆ พวกถั่วเหลือง เต้าหู้ นม ยาสมุนไพรทั้งยาจีน ยาไทย เมื่อจะใช้ก็นำมาต้มให้ตัวยาละลายออกมาอยู่ในน้ำ พอต้มยา เสร็จก็ดื่มน้ำยาต้มนั้น ส่วนที่เหลือคือกากก็ทิ้งไป เพราะคุณค่าทางยาละลายออกไปหมดแล้ว เมื่อก่อนนี้คนไทยเวลาหุงข้าว พอหุงเสร็จจะรินน้ำข้าวทิ้ง สารอาหารในข้าวก็ออกไปพร้อม กับนาข้าว ข้าวในส่วนที่รับประทานก็คือส่วนกาก ต่อมาผลิตหม้อนึ่งข้าวสาม

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของสารอาหาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตมาก คือ โปรตีน คนญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีความสูงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าคนไทย แต่หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ จบไป ญี่ปุ่นพัฒนาคุณภาพประชากรขึ้นใหม่ คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่มีร่างกายสูงใหญ่ขึ้นมาก เพราะบริโภคอาหารถูกหลักโภชนาการมากขึ้น แต่เดิมอาหารญี่ปุ่นมีพวกผักดองเป็นหลัก ในยุค หลังอาหารเน้นซุปเป็นหลัก ตามด้วยอาหารอุดมโปรตีนอื่น ๆ พวกถั่วเหลือง เต้าหู้ นม ยาสมุนไพรทั้งยาจีน ยาไทย เมื่อจะใช้ก็นำมาต้มให้ตัวยาละลายออกมาอยู่ในน้ำ พอต้มยา เสร็จก็ดื่มน้ำยาต้มนั้น ส่วนที่เหลือคือกากก็ทิ้งไป เพราะคุณค่าทางยาละลายออกไปหมดแล้ว เมื่อก่อนนี้คนไทยเวลาหุงข้าว พอหุงเสร็จจะรินน้ำข้าวทิ้ง สารอาหารในข้าวก็ออกไปพร้อม กับนาข้าว ข้าวในส่วนที่รับประทานก็คือส่วนกาก ต่อมาผลิตหม้อนึ่งข้าวสามารถหุงข้าวแบบ ไม่ต้องเช็ดน้ำ ไม่ต้องเทน้ำข้าวทิ้ง ข้าวหุงสุกในหม้อในขั้นตอนเดียว ข้าวที่รับประทานกันจึงเป็น ข้าวที่อุดมด้วยคุณค่าสารอาหาร แต่พอมาถึงเรื่องต้มยำท่าแกง เราก็ยังนิยมบริโภคส่วนของ เนื้อแกง เหลือน้ำแกงทิ้งเป็นส่วนใหญ่ สารอาหารในน้ำแกงที่ร่างกายควรจะได้รับไปบำรุงหล่อเลี้ยง ร่างกาย จึงถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อไม่ตระหนักถึงความสําคัญของอาหาร ว่าสิ่งที่คนเราต้องการจากอาหารนั้นคืออะไร อาหารนั้นต้องปรุงอย่างไร จึงจะได้สารอาหารออกมา และอยู่ในส่วนไหนของอาหาร เราจึงไม่ได้ ประโยชน์จากอาหารที่บริโภคเข้าไปอย่างที่ควรจะได้ สุขภาพร่างกายจึงไม่สมบูรณ์แข็งแรงอย่างที่ ควรจะเป็น และทำให้สูญเสียทรัพย์มากเกินความจําเป็น ขาดวินัยในการรับประทานอาหาร ตามที่ได้กล่าวแล้วในตอนต้นว่า ตัวของเราหรือร่างกายของเรานี้ต้องการรับอาหารเข้าไป ทุกวัน เพราะในอาหารมีสารอาหารที่จะหล่อเลี้ยงร่างกาย และจำเป็นต้องได้ครบทั้ง ๕ หมู่ร่างกาย จึงจะเจริญเติบโต ดำารงชีวิตอยู่ได้ดี การรับประทานอาหารของคนเราในทุกวันนี้ ถอยห่างจากคำว่า “ปกติ” ของการรับประทาน อาหารไปมาก เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เรามักจะเร่งรีบในการรับประทานอาหารเช้า ส่วนใหญ่ รับประทานแค่ของว่างพวกขนมปังเล็กน้อยกับกาแฟ พอให้รู้สึกอิ่ม แล้วก็รีบไปเรียนไปทำงานกัน ของว่างเหล่านี้ส่วนใหญ่มีแต่แป้งกับน้ำตาลเท่านั้น เพียงเท่านี้อาหารมื้อเช้าที่สำคัญเราก็ขาดโปรตีน ไปเรียบร้อยแล้ว ในเมื่อมื้อเช้ารับประทานไปแต่พวกของว่าง ยังไม่ทันถึงเที่ยงก็จะหิวแล้ว พอหิวก็ไปพึ่งขนม ของว่างอีก พอถึงมื้อเที่ยงท้องไม่ว่างเต็มที่ รับประทานอาหารเข้าไปเพียงปริมาณหนึ่งก็อิ่มแล้ว เมื่อรับอาหารเที่ยงเข้าไปไม่เต็มที่ พอตกบ่าย ๆ ท้องก็จะเริ่มหิวอีก ก็จะต้องพึ่งพวกของว่าง ต่าง ๆ อีก ซึ่งล้วนแต่เป็นพวกแป้งและน้ำตาล สุดท้ายมื้อที่จะรับประทานอาหารได้เต็มที่เหลืออยู่ แค่มื้อเย็นเท่านั้น 4 เมื่อวงจรการรับประทานเป็นเช่นนี้ คนรุ่นใหม่จึงโตมาด้วยแป้งและน้ำตาลเป็นหลัก ขาดสาร อาหารพวกโปรตีนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอวัยวะกล้ามเนื้อต่าง ๆ รูปร่างและบุคลิกภาพ จึงเปลี่ยนไปมากจากคนไทยในอดีต มกราคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More