ข้อความต้นฉบับในหน้า
ค่ำ
4
ส่วนของไทยได้รับอิทธิพลจากอินเดีย เดิมเรานับเดือนนับปีตามหลักจันทรคติ ซึ่งถือว่า
วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย (ประมาณเดือนธันวาคม) วันแรม ๑ ค่ำเดือนอ้ายก็คือ
วันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นคติพุทธแต่โบราณ ต่อมาคติพราหมณ์เข้ามาแทรก เราจึงเปลี่ยนไปถือ
วันปีใหม่ช่วงตรุษสงกรานต์ คือวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ (ประมาณเดือนเมษายน) เราถือแบบนี้
มานานพอสมควร จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงคิดว่า ถ้าถือตามจันทรคติ ปีใหม่แต่ละปี
จะเปลี่ยนไปเรื่อย วันที่ ๑ เมษายนบ้าง ๕ เมษายนบ้าง ๒๐ เมษายนบ้าง จำยาก จึงทรง
กำหนดว่าให้วันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ ๑ เมษายน จะได้จำง่ายดี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๓๒ ถืออย่างนี้
มาเรื่อย ๆ ส่วนชาวบ้านทั่วไปก็ยังถือเอาช่วงตรุษสงกรานต์กลาง ๆ เดือนเมษายนเป็นวันฉลอง
แต่ทางการถือว่า
คือวันเปลี่ยนศักราช
๑ เมษายน
ต่อมาเปลี่ยนแปลงเป็นระบบปัจจุบันในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็น
นายกรัฐมนตรี คือถือว่าวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 9 มกราคม
สิริมงคลที่ทุกคนควรแสวงหาในช่วงขึ้นปีใหม่ คืออะไรบ้าง?
การหาสิริมงคลเข้าตัว เราก็ต้องทำความดีให้มีบุญกุศล จะได้ดึงดูดเอาสิริมงคลมาสู่ตัวเรา
เพราะฉะนั้นปีใหม่หาสิริมงคลเข้าตัวดีไหม ดีมาก ที่จริงต้องหาสิริมงคลเข้าตัวทุกวัน แต่ว่าปีใหม่
ถือเป็นวันที่ปฏิรูปใหม่ เหมือนนักเรียนเปิดเรียนใหม่ ถ้าปีที่แล้วคะแนนไม่ค่อยดี ปีนี้เอาจริงเอาจัง
เอาคะแนน ๔.๐๐ ให้ได้ การทำความดีของเราก็เช่นกัน ให้ตั้งใจเอาปีใหม่ปฏิรูปชีวิตเราให้ดีขึ้น
มาสำารวจบัญชีบุญบัญชีบาปว่า ที่ผ่านมากำไรชีวิตมีแค่ไหน ขาดทุนชีวิตมีแค่ไหน อย่าไปคิดว่า
กำไรชีวิตคือได้ไปเที่ยวเมืองนอก นั่นไม่ใช่ กำไรชีวิตก็คือสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล ขาดทุนชีวิตก็คือ
อะไรที่ทำแล้วเป็นบาปอกุศล สำรวจเสร็จแล้ว ปีหน้าจะต้องเพิ่มกำไร ลดการขาดทุน ด้วยการ
ลดการทำบาปอกุศล แล้วเพิ่มการทำความดี ถ้าทำอย่างนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นการหาสิริมงคลมาสู่ตัว
ในช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่
หลายคนนิยมไปทำบุญ ๙ วัด สงสัยว่าทำไมต้อง ๙ วัด?
อันนี้เป็นค่านิยมที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ถ้าเป็นสมัยก่อนการคมนาคมยังไม่เจริญอย่างปัจจุบัน
ยังเป็นสังคมการเกษตรอยู่ คนในหมู่บ้าน ในตำบล ก็จะไปวัดที่อยู่ใกล้ ๆ ชุมชนของตนเป็นหลัก
ไม่ได้ไป ๙ วัดหรอก ไปถึงก็ไปทำบุญ ใส่บาตร ฟังเทศน์ฟังธรรม ถือศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิ
นั่นคือสิ่งที่ท่ากันในวันพระบ้าง ในวันอุโบสถบ้าง หรือในวันเทศกาลสำคัญต่าง ๆ บ้าง วัดกับบ้าน
สมัยนั้นคุ้นกันมาก หลวงพ่อเจ้าอาวาสรู้จักคนในหมู่บ้านหมด รู้ว่าพ่อแม่ชื่ออะไร ปู่ชื่ออะไรยังรู้เลย
แต่ในสังคมยุคอุตสาหกรรม ยุคข้อมูลข่าวสาร ผู้คนมีการอพยพย้ายถิ่นฐานกันมาก ดูง่าย ๆ
ในกรุงเทพฯ คนที่อยู่ย่านพระโขนงมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย มีสักกี่คน อาจจะไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์
ที่เหลืออาจจะเป็นคนที่ย้ายมาจากที่อื่น พอย้ายมาอยู่แล้ว บ้านอาจจะอยู่ข้างวัด แต่ไม่คุ้นกับวัด
มกราคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๑๐๑