ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่องสําคัญจริง ๆ
ส่วนในช่วงบ่าย จะเป็นช่วงเวลาที่ท่านค้นคว้าหาความรู้จากตำราบ้างหรือวางแผนงานต่าง ๆ
บ้าง รวมทั้งเป็นช่วงเวลาที่ท่านรับแขกด้วย ฉะนั้นหากมีใครมาหาท่านในตอนเช้า เรามักจะขอให้
รอจนกระทั่งท่านฉันเพลเสร็จ นอกเสียจากว่าจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริง ๆ เราไม่เคยโกหก
ว่าท่านไม่อยู่ แต่เราจะบอกตามตรงว่า ท่านกำลังทำสมาธิภาวนา
เหตุผลที่ท่านแบ่งเวลาเช่นนี้ เพราะช่วงเช้าอากาศยังสบาย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะต่อการนั่ง
สมาธิ ส่วนช่วงบ่ายอากาศเริ่มร้อนอบอ้าวจึงใช้เวลาช่วงบ่ายสำหรับทำงานหรือรับแขก ถ้าไม่แบ่ง
เวลาดังนี้ก็จะไม่สามารถหาเวลาทําสมาธิภาวนาเพื่อปราบกิเลสในตัวได้ ช่วงเช้าจึงเป็นเรื่องของกิจ
ส่วนตัว คือนั่งสมาธิ ส่วนช่วงบ่ายเป็นเรื่องของงาน เรื่องของสังคมไปจนกระทั่งเย็น จนกระทั่งเวลา
ประมาณ 5 โมงครึ่ง ถึง ๓ ทุ่ม ท่านจะนำพระภิกษุและสามเณรนั่งสมาธิ จากนั้นหากใครมีงานใด
ที่ยังติดขัดหรือมีสิ่งใดที่ต้องรายงานให้ท่านทราบก็จัดการกันไป กว่าท่านจะได้จำวัดก็เกือบเที่ยงคืน
บางครั้งก็ตีหนึ่ง แต่ไม่ว่าท่านจะจำวัดดึกดื่นเพียงใดก็ตาม ประมาณตี 4 ครึ่ง ถึงที่ ๕ ท่านจะต้อง
ลุกขึ้นมานั่งสมาธิเสมอ แม้ว่าได้แบ่งเวลาเช่นนี้แล้ว ท่านยังปรารภว่ามีเวลานั่งสมาธิในวันหนึ่ง
น้อยไป คือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
หลวงพ่อเองก็เช่นกัน หลังจากฉันเช้าแล้ว จัดการเรื่องงานอีกประมาณ ๒ ชั่วโมง ไปจนถึง
๔ โมงเช้า ช่วง ๙ - ๑๑ โมงเช้า ก็จะขอนั่งสมาธิ นอกเสียจากมีงานมา ก็ขอให้ทำภาวนาได้เพียง
ชั่วโมง คือจาก ๑๐ - ๑๑ โมงเช้าก็ยังดี ถ้าหากมีใครมาขอพบในช่วงนั้นก็ขอให้รอเถอะ อย่าว่า
กันเลย ส่วนในตอนบ่ายจึงให้เวลากับทุก ๆ คน
๑
ๆ
ในตอนกลางคืนหลวงพ่อใช้เวลานั่งสมาธิราว ๒ ทุ่ม หรือ ๒ ทุ่มครึ่ง จนถึงประมาณ ๔ ทุ่ม
ทุกวัน จัดเวลาให้เหลื่อมกับหลวงพ่อธัมมชโยนิดหน่อย เผื่อใครมีความจำเป็นจริง ๆ ต้องการพบ
หลวงพ่อธัมมชโยแล้วติดเวลาสมาธิของท่าน ก็ยังอาจพบหลวงพ่อได้ ที่ต้องจัดเวลาอย่างนี้ก็เพื่อการ
ปฏิบัติธรรมนั่นเอง ไม่อย่างนั้นใครอยากจะพบก็พบได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ก็เกินไป ไม่ต้องทำอะไร
กันแล้ว ตรงนี้ขอความเห็นใจด้วย ไม่ใช่พบยากหรอก แต่ขอให้มาให้ถูกเวลาก็พบได้ง่าย ๆ ไม่มี
ปัญหาอะไร
เรื่องโทรศัพท์ก็เช่นกัน หลวงพ่อเคยเอาเครื่องวางไว้หัวนอน เผื่อว่าใครมีอะไรรีบด่วนจะดึกตื่น
ขนาดไหนก็ยังติดต่อหลวงพ่อได้ ก็ปรากฏว่าอยู่มาวันหนึ่ง มีโทรศัพท์มาตอนตี 4 กว่า สะดุ้งตื่น
ขึ้นรับสาย กลายเป็นพวกโทร.ผิด ปกติหลวงพ่อจำวัดตึกอยู่แล้ว คือสรงน้ำราวเที่ยงคืนแล้วจำวัด
เจอแบบนี้เข้าตกลงคืนนั้นไม่ต้องพักผ่อนกัน
ส่วนในแง่ของฆราวาสนั้น ถ้าเรามีหน้าที่ต้อนรับแขกไปใครมา ขอให้ทำความรู้จัก ดูความ
สำคัญของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเจ้านายของเราให้ดี ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นรับแขกไม่เหมาะสม เขา
ก็จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับนายเรา หรือถ้าหากปล่อยปละละเลยเกินไปจนเวลาพักผ่อนก็ไม่เหมาะสม
เพราะฉะนั้นใครที่จะเจริญก้าวหน้าต่อไปข้างหน้า ต้องพยายามเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี หมั่นสังเกตจาก
ประสบการณ์ แล้วค่อย ๆ ฝึกต่อไปเถอะจะดีเอง
2
(อ่านต่อฉบับหน้า)
มกราคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๕