การแบ่งเวลาในการทำสมาธิ วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 467 เดือนมกราคม หน้า 97
หน้าที่ 97 / 184

สรุปเนื้อหา

เหตุผลที่ท่านแบ่งเวลาเช่นนี้ เพราะช่วงเช้าอากาศยังสบาย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะต่อการนั่ง สมาธิ ส่วนช่วงบ่ายอากาศเริ่มร้อนอบอ้าวจึงใช้เวลาช่วงบ่ายสำหรับทำงานหรือรับแขก ถ้าไม่แบ่ง เวลาดังนี้ก็จะไม่สามารถหาเวลาทําสมาธิภาวนาเพื่อปราบกิเลสในตัวได้ ช่วงเช้าจึงเป็นเรื่องของกิจ ส่วนตัว คือนั่งสมาธิ ส่วนช่วงบ่ายเป็นเรื่องของงาน เรื่องของสังคมไปจนกระทั่งเย็น จนกระทั่งเวลา ประมาณ 5 โมงครึ่ง ถึง ๓ ทุ่ม ท่านจะนำพระภิกษุและสามเณรนั่งสมาธิ จากนั้นหากใครมีงานใด ที่ยังติดขัดหรือมีสิ่งใดที่ต้องรายงานให้ท่านทราบก็จัดการกันไป กว่าท่านจะได้จำวัดก็เกือบเที่ยงคืน บางครั้งก็ตีหนึ่ง แต่ไม่ว่าท่านจะจำวัดดึกดื่นเพียงใดก็ตาม ประมาณตี 4 ครึ่ง ถึงที่ ๕ ท่านจะต้อง ลุกขึ้นมานั่งสมาธิเสมอ แม้ว่าได้แบ่งเวลาเช่นนี้แล้ว ท่านยังปร

หัวข้อประเด็น

- การแบ่งเวลาในการทำสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เรื่องสําคัญจริง ๆ ส่วนในช่วงบ่าย จะเป็นช่วงเวลาที่ท่านค้นคว้าหาความรู้จากตำราบ้างหรือวางแผนงานต่าง ๆ บ้าง รวมทั้งเป็นช่วงเวลาที่ท่านรับแขกด้วย ฉะนั้นหากมีใครมาหาท่านในตอนเช้า เรามักจะขอให้ รอจนกระทั่งท่านฉันเพลเสร็จ นอกเสียจากว่าจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริง ๆ เราไม่เคยโกหก ว่าท่านไม่อยู่ แต่เราจะบอกตามตรงว่า ท่านกำลังทำสมาธิภาวนา เหตุผลที่ท่านแบ่งเวลาเช่นนี้ เพราะช่วงเช้าอากาศยังสบาย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะต่อการนั่ง สมาธิ ส่วนช่วงบ่ายอากาศเริ่มร้อนอบอ้าวจึงใช้เวลาช่วงบ่ายสำหรับทำงานหรือรับแขก ถ้าไม่แบ่ง เวลาดังนี้ก็จะไม่สามารถหาเวลาทําสมาธิภาวนาเพื่อปราบกิเลสในตัวได้ ช่วงเช้าจึงเป็นเรื่องของกิจ ส่วนตัว คือนั่งสมาธิ ส่วนช่วงบ่ายเป็นเรื่องของงาน เรื่องของสังคมไปจนกระทั่งเย็น จนกระทั่งเวลา ประมาณ 5 โมงครึ่ง ถึง ๓ ทุ่ม ท่านจะนำพระภิกษุและสามเณรนั่งสมาธิ จากนั้นหากใครมีงานใด ที่ยังติดขัดหรือมีสิ่งใดที่ต้องรายงานให้ท่านทราบก็จัดการกันไป กว่าท่านจะได้จำวัดก็เกือบเที่ยงคืน บางครั้งก็ตีหนึ่ง แต่ไม่ว่าท่านจะจำวัดดึกดื่นเพียงใดก็ตาม ประมาณตี 4 ครึ่ง ถึงที่ ๕ ท่านจะต้อง ลุกขึ้นมานั่งสมาธิเสมอ แม้ว่าได้แบ่งเวลาเช่นนี้แล้ว ท่านยังปรารภว่ามีเวลานั่งสมาธิในวันหนึ่ง น้อยไป คือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น หลวงพ่อเองก็เช่นกัน หลังจากฉันเช้าแล้ว จัดการเรื่องงานอีกประมาณ ๒ ชั่วโมง ไปจนถึง ๔ โมงเช้า ช่วง ๙ - ๑๑ โมงเช้า ก็จะขอนั่งสมาธิ นอกเสียจากมีงานมา ก็ขอให้ทำภาวนาได้เพียง ชั่วโมง คือจาก ๑๐ - ๑๑ โมงเช้าก็ยังดี ถ้าหากมีใครมาขอพบในช่วงนั้นก็ขอให้รอเถอะ อย่าว่า กันเลย ส่วนในตอนบ่ายจึงให้เวลากับทุก ๆ คน ๑ ๆ ในตอนกลางคืนหลวงพ่อใช้เวลานั่งสมาธิราว ๒ ทุ่ม หรือ ๒ ทุ่มครึ่ง จนถึงประมาณ ๔ ทุ่ม ทุกวัน จัดเวลาให้เหลื่อมกับหลวงพ่อธัมมชโยนิดหน่อย เผื่อใครมีความจำเป็นจริง ๆ ต้องการพบ หลวงพ่อธัมมชโยแล้วติดเวลาสมาธิของท่าน ก็ยังอาจพบหลวงพ่อได้ ที่ต้องจัดเวลาอย่างนี้ก็เพื่อการ ปฏิบัติธรรมนั่นเอง ไม่อย่างนั้นใครอยากจะพบก็พบได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ก็เกินไป ไม่ต้องทำอะไร กันแล้ว ตรงนี้ขอความเห็นใจด้วย ไม่ใช่พบยากหรอก แต่ขอให้มาให้ถูกเวลาก็พบได้ง่าย ๆ ไม่มี ปัญหาอะไร เรื่องโทรศัพท์ก็เช่นกัน หลวงพ่อเคยเอาเครื่องวางไว้หัวนอน เผื่อว่าใครมีอะไรรีบด่วนจะดึกตื่น ขนาดไหนก็ยังติดต่อหลวงพ่อได้ ก็ปรากฏว่าอยู่มาวันหนึ่ง มีโทรศัพท์มาตอนตี 4 กว่า สะดุ้งตื่น ขึ้นรับสาย กลายเป็นพวกโทร.ผิด ปกติหลวงพ่อจำวัดตึกอยู่แล้ว คือสรงน้ำราวเที่ยงคืนแล้วจำวัด เจอแบบนี้เข้าตกลงคืนนั้นไม่ต้องพักผ่อนกัน ส่วนในแง่ของฆราวาสนั้น ถ้าเรามีหน้าที่ต้อนรับแขกไปใครมา ขอให้ทำความรู้จัก ดูความ สำคัญของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเจ้านายของเราให้ดี ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นรับแขกไม่เหมาะสม เขา ก็จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับนายเรา หรือถ้าหากปล่อยปละละเลยเกินไปจนเวลาพักผ่อนก็ไม่เหมาะสม เพราะฉะนั้นใครที่จะเจริญก้าวหน้าต่อไปข้างหน้า ต้องพยายามเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี หมั่นสังเกตจาก ประสบการณ์ แล้วค่อย ๆ ฝึกต่อไปเถอะจะดีเอง 2 (อ่านต่อฉบับหน้า) มกราคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More