การเลี้ยงดูทารกจากสองตระกูล วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 467 เดือนมกราคม หน้า 7
หน้าที่ 7 / 184

สรุปเนื้อหา

ๆ สองตระกูลผลัดกันเลี้ยงดู พระราชาทรงตัดสินว่า “หญิงคนนี้ใคร ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่มารดา เพราะเธอตั้งท้อง มาถึง ๑๐ เดือน แต่หญิงอีกคนก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าไม่ใช่มารดา เพราะว่าพบเด็กในท้องปลา และช่วยเหลือเด็กเอาไว้ เอาอย่างนี้แล้วกัน ทั้งสองตระกูลจงเลี้ยงดูเด็กคนนี้ร่วมกันเถิด” ทั้งสองตระกูลจึงเลี้ยงดูเด็กร่วมกันโดยผลัดกัน น่าเด็กไปเลี้ยงดูฝ่ายละ ๔ เดือน เมื่อถึงวาระ ของตนก็นำเรือมารอรับ เรือของพวกเขา รับการขนานนามว่า “พากุละ” หมายถึง ผู้ได้รับ การเลี้ยงดูจาก ๒ ตระกูล ต่อมา พากุละได้ฟังธรรมจากพระบรม- ศาสดาแล้วมีศรัทธาออกบวช และบำเพ็ญเพียร อยู่เพียง 7 วัน ในวันที่ ๘ ก็บรรลุพระอรหัตผล พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ๔ ท่านมีอายุยืน มาก ตลอดชีวิตไม่เคยเจ็บป่วยเลยแม้ชั่วครู่เดียว ไม่เคยต้องฉันยาใด ๆ แม้จะเป็

หัวข้อประเด็น

- การเลี้ยงดูทารกจากสองตระกูล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ๆ สองตระกูลผลัดกันเลี้ยงดู พระราชาทรงตัดสินว่า “หญิงคนนี้ใคร ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่มารดา เพราะเธอตั้งท้อง มาถึง ๑๐ เดือน แต่หญิงอีกคนก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าไม่ใช่มารดา เพราะว่าพบเด็กในท้องปลา และช่วยเหลือเด็กเอาไว้ เอาอย่างนี้แล้วกัน ทั้งสองตระกูลจงเลี้ยงดูเด็กคนนี้ร่วมกันเถิด” ทั้งสองตระกูลจึงเลี้ยงดูเด็กร่วมกันโดยผลัดกัน น่าเด็กไปเลี้ยงดูฝ่ายละ ๔ เดือน เมื่อถึงวาระ ของตนก็นำเรือมารอรับ เรือของพวกเขา รับการขนานนามว่า “พากุละ” หมายถึง ผู้ได้รับ การเลี้ยงดูจาก ๒ ตระกูล 67 6 ต่อมา พากุละได้ฟังธรรมจากพระบรม- ศาสดาแล้วมีศรัทธาออกบวช และบำเพ็ญเพียร อยู่เพียง 7 วัน ในวันที่ ๘ ก็บรรลุพระอรหัตผล พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ๔ ท่านมีอายุยืน มาก ตลอดชีวิตไม่เคยเจ็บป่วยเลยแม้ชั่วครู่เดียว ไม่เคยต้องฉันยาใด ๆ แม้จะเป็นผลสมอสักชิ้น ก็ตาม นอกจากอายุยืนแล้ว ท่านยังมีกำลังกาย ที่แข็งแรงยิ่งกว่าคนทั่วไป เวลาอยู่ในอิริยาบถนั่ง ก็ไม่เคยต้องพิงฝาผนังหรือพิงพนักเก้าอี้ เวลา ๆ 9 จำวัดพักผ่อนก็ไม่เคยล้มตัวลงนอนเอาหลัง เดินทางล่องไปตามแม่น้ำคงคา จนเมื่อมาถึง แตะพื้นเลยสักครั้ง นี่คือความมหัศจรรย์แห่ง มีมณฑปแก้วอยู่บนเรือด้วย และมีวงดนตรี ขับประโคมเพื่อให้เด็กน้อยเพลิดเพลินระหว่าง จุดแบ่งเขตระหว่างเมืองทั้งสอง พวกคนรับใช้ ความเป็นผู้มีโรคน้อยของท่าน ของเศรษฐีอีกเมืองหนึ่งก็น่าเรือมารอรับเพื่อ พระเถระมีปกตินั่งเข้าสมาบัติเป็นประจำ เมื่อล่วง ๔ เดือนไปแล้ว ขนผ้าจีวรของท่านจะ พาเด็กเข้าไปในตัวเมือง แล้วให้เด็กเสวยสุขสมบัติ ในปราสาท การเดินทางไป-มาระหว่างสองเมือง เช่นนี้มีมานานจนอายุได้ ๘๐ ปีทีเดียว ด้วย เหตุที่ตระกูลทั้งสองเกี่ยวข้องกับเขา เขาจึงได้ เปื่อยหลุดลุ่ยตามกาลเวลา แต่ท่านไม่เคยต้อง กังวลเรื่องแสวงหาผ้าจีวรเลย เพราะหมู่ญาติ ของท่านจะสั่งให้คนท่าจีวรใหม่ด้วยผ้าสาฎก เนื้อละเอียดอ่อน แล้วใส่ผอบส่งไปถวายทุกครั้ง มกราคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๐๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More