ข้อความต้นฉบับในหน้า
ๆ
สองตระกูลผลัดกันเลี้ยงดู
พระราชาทรงตัดสินว่า “หญิงคนนี้ใคร ๆ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่มารดา เพราะเธอตั้งท้อง
มาถึง ๑๐ เดือน แต่หญิงอีกคนก็ปฏิเสธไม่ได้
ว่าไม่ใช่มารดา เพราะว่าพบเด็กในท้องปลา
และช่วยเหลือเด็กเอาไว้ เอาอย่างนี้แล้วกัน
ทั้งสองตระกูลจงเลี้ยงดูเด็กคนนี้ร่วมกันเถิด”
ทั้งสองตระกูลจึงเลี้ยงดูเด็กร่วมกันโดยผลัดกัน
น่าเด็กไปเลี้ยงดูฝ่ายละ ๔ เดือน เมื่อถึงวาระ
ของตนก็นำเรือมารอรับ เรือของพวกเขา
รับการขนานนามว่า “พากุละ” หมายถึง ผู้ได้รับ
การเลี้ยงดูจาก ๒ ตระกูล
67
6
ต่อมา พากุละได้ฟังธรรมจากพระบรม-
ศาสดาแล้วมีศรัทธาออกบวช และบำเพ็ญเพียร
อยู่เพียง 7 วัน ในวันที่ ๘ ก็บรรลุพระอรหัตผล
พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ๔ ท่านมีอายุยืน
มาก ตลอดชีวิตไม่เคยเจ็บป่วยเลยแม้ชั่วครู่เดียว
ไม่เคยต้องฉันยาใด ๆ แม้จะเป็นผลสมอสักชิ้น
ก็ตาม นอกจากอายุยืนแล้ว ท่านยังมีกำลังกาย
ที่แข็งแรงยิ่งกว่าคนทั่วไป เวลาอยู่ในอิริยาบถนั่ง
ก็ไม่เคยต้องพิงฝาผนังหรือพิงพนักเก้าอี้ เวลา
ๆ
9
จำวัดพักผ่อนก็ไม่เคยล้มตัวลงนอนเอาหลัง
เดินทางล่องไปตามแม่น้ำคงคา จนเมื่อมาถึง แตะพื้นเลยสักครั้ง นี่คือความมหัศจรรย์แห่ง
มีมณฑปแก้วอยู่บนเรือด้วย และมีวงดนตรี
ขับประโคมเพื่อให้เด็กน้อยเพลิดเพลินระหว่าง
จุดแบ่งเขตระหว่างเมืองทั้งสอง พวกคนรับใช้
ความเป็นผู้มีโรคน้อยของท่าน
ของเศรษฐีอีกเมืองหนึ่งก็น่าเรือมารอรับเพื่อ
พระเถระมีปกตินั่งเข้าสมาบัติเป็นประจำ
เมื่อล่วง ๔ เดือนไปแล้ว ขนผ้าจีวรของท่านจะ
พาเด็กเข้าไปในตัวเมือง แล้วให้เด็กเสวยสุขสมบัติ
ในปราสาท
การเดินทางไป-มาระหว่างสองเมือง
เช่นนี้มีมานานจนอายุได้ ๘๐ ปีทีเดียว ด้วย
เหตุที่ตระกูลทั้งสองเกี่ยวข้องกับเขา เขาจึงได้
เปื่อยหลุดลุ่ยตามกาลเวลา แต่ท่านไม่เคยต้อง
กังวลเรื่องแสวงหาผ้าจีวรเลย เพราะหมู่ญาติ
ของท่านจะสั่งให้คนท่าจีวรใหม่ด้วยผ้าสาฎก
เนื้อละเอียดอ่อน แล้วใส่ผอบส่งไปถวายทุกครั้ง
มกราคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๐๘