ความดีสากลและการเผยแผ่ วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2559 ต้นทาง 701 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 179

สรุปเนื้อหา

ต้องฝึกลูกหลานให้สุภาพกับทุกคนด้วย และ ฝึกเรื่องเวลา คือ ทำกิจกรรมให้ตรงเวลาด้วย เช่น ถึงเวลาก็มาสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ พร้อมกัน สิ่งเหล่านี้เป็นความดีสากล เป็นความดี ขั้นต้นที่จะเป็นพื้นฐานทำให้เข้าถึงธรรมะของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ถ้าความดีสากล ๕ ประการนี้ ยังทำได้ ไม่ดี ก็ยากที่จะเข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้า และเมื่อเป็นอย่างนั้น หากเขาได้ความรู้ความดี อะไร ก็ยากที่เขาจะมีน่าใจคิดถึงและเอื้อเฟื้อ แบ่งปันคนอื่น เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่นักเผยแผ่ จะต้องฝึกทำให้ได้ดีก็คือ ฝึกตนให้มีความ รับผิดชอบต่อการทำความดีสากล ๒. มีทักษะด้านภาษา ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างมนุษย์ การที่จะสื่อสารกันให้เข้าใจและรับการถ่ายทอด สารจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่ง ความ สามารถทางภาษาเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น

หัวข้อประเด็น

- ความดีสากลและการเผยแผ่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ต้องฝึกลูกหลานให้สุภาพกับทุกคนด้วย และ ฝึกเรื่องเวลา คือ ทำกิจกรรมให้ตรงเวลาด้วย เช่น ถึงเวลาก็มาสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ พร้อมกัน สิ่งเหล่านี้เป็นความดีสากล เป็นความดี ขั้นต้นที่จะเป็นพื้นฐานทำให้เข้าถึงธรรมะของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ถ้าความดีสากล ๕ ประการนี้ ยังทำได้ ไม่ดี ก็ยากที่จะเข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้า และเมื่อเป็นอย่างนั้น หากเขาได้ความรู้ความดี อะไร ก็ยากที่เขาจะมีน่าใจคิดถึงและเอื้อเฟื้อ แบ่งปันคนอื่น เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่นักเผยแผ่ จะต้องฝึกทำให้ได้ดีก็คือ ฝึกตนให้มีความ รับผิดชอบต่อการทำความดีสากล ๒. มีทักษะด้านภาษา ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างมนุษย์ การที่จะสื่อสารกันให้เข้าใจและรับการถ่ายทอด สารจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่ง ความ สามารถทางภาษาเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การฟัง พูด อ่าน หรือเขียนก็ตาม และทักษะ จับประเด็นในเรื่องที่ฟังได้ เมื่อจะอ่านก็อ่านเป็นทั้งอ่านในใจและ อ่านออกเสียง สะกดคำได้ถูกต้อง อ่านแล้ว สามารถเข้าใจเรื่องราวที่อ่าน จับใจความได้ ถูกต้อง แม่นยำา เมื่อจะพูดก็พูดออกเสียงได้ถูกอักขรวิธี พูดให้ชัดเจน มีประเด็นในเรื่องที่พูด การพูดที่เตรียมประเด็นไว้ดี เช่น อานิสงส์ ผลบุญในเรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างไร ในเวลาที่ ไปชวนใครเขามาทําความดี การพูดไปตามลำดับ ประเด็นช่วยให้เขาเข้าใจง่าย และจำได้ง่าย การนำสิ่งเหล่านั้นมาพูด ทีแรกอาจจะ เข้าใจได้ไม่ลึก แต่เมื่อพูดไปซ้ำ ๆ เดี๋ยวก็เข้าใจ ลึกซึ้งได้ ก็เหมือนกับธรรมที่หลวงพ่อคุณครู ไม่ใหญ่นำมาสอนพวกเราซ้ำ ๆ อยู่ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ถึงวันหนึ่งเราก็ยังสามารถเข้าใจ ลึกซึ้งตามท่านได้ แล้วมาร่วมสร้างบารมีกัน เมื่อจะเขียนก็ฝึกเขียนเรียงความให้เป็น เขียนให้เป็น คืออ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ อย่างแรกเขียนเพื่อให้เราได้ทบทวนความดี จําเป็นที่จะต้องฝึกฝนอยู่เสมอ หากฝึกเรื่อย ๆ ที่ได้ทำมา เขียนเองอ่านเองให้ปลื้มใจ จะได้ ทางด้านภาษาเป็นสิ่งที่เรียนรู้ฝึกฝนกันได้และ ความเชี่ยวชาญจะเจริญขึ้นตามวัยและตาม ประสบการณ์ของผู้ฝึก ทักษะด้านภาษาสำหรับนักเผยแผ่ เป็นการทบทวนบุญของเราด้วย ในการฝึกการเขียนเรียงความนั้น เรามี . • ฟังแล้วจับประเด็นได้ พูดได้เนื้อหาชัดเจนและออกเสียง ถูกต้องตามอักขรวิธี . อ่านในใจและอ่านออกเสียงได้ชัดเจน เขียนได้ถูกอักขรวิธี เขียนได้ตรง ประเด็น เรียงความ ย่อความได้ การเป็นนักเผยแผ่ที่ดีนั้น เมื่อจะชวนเขา มาทำความดี จึงต้องพูดจาสื่อสารให้รู้เรื่อง เมื่อจะฟังก็ต้องฟังรู้เรื่อง คือ จับใจความ ๘๐ อยู่ในบุญ กรกฎาคม ๒๕๕๙ บทฝึกอยู่แล้วตามที่คุณครูไม่ใหญ่ให้เขียนบันทึก ผลการปฏิบัติธรรมทุกวัน เท่ากับเป็นการฝึก เขียนเรียงความ ในบันทึกแต่ละคืนจะให้เขียน เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งวัน อย่างไรก็คงเขียนได้ ไม่หมด ฉะนั้นจะเขียนให้ครอบคลุมเราต้อง ย่อความให้กะทัดรัดชัดเจน ฝึกทำไปดังนี้ กว่าจะเขียนได้เราก็ได้ฝึก จับประเด็น เรียงความให้เป็น ย่อความให้เป็น บทฝึกเหล่านี้พัฒนากระบวนการคิด การจ่า การรับรู้ของเราไปในตัว ฝึกไปเรื่อย ๆ ต่อไป
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More