ข้อความต้นฉบับในหน้า
นั้น แม้จะแบ่งเป็น ๓ หมวด คือ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎกแล้ว แต่ก็ยังเป็น
การสืบทอดด้วยการสวดท่องจำที่เรียกว่า มุขปาฐะ
จนกระทั่งราวปี พ.ศ. ๔๐๐ เศษ จึงมีการจารึกคัมภีร์พระ
ไตรปิฎกบาลีเป็นลายลักษณ์อักษรลงบนแผ่นใบลานเป็นครั้งแรก
ณ อาโลกเลณสถาน ในประเทศศรีลังกา จากนั้นธรรมเนียมการ
จารจารึกพระไตรปิฎกลงบนแผ่นลานก็เผยแพร่มายังดินแดน
สุวรรณภูมิ แต่เนื่องจากพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลีที่ทรงจำกัน
มากว่า ๔๐๐ ปี เป็นภาษาที่มีแต่เสียง ไม่มีรูปอักษรเป็นของตนเอง
แต่ละอาณาจักรจึงใช้อักขระของตนจารึกพระไตรปิฎกเป็น
ลายลักษณ์อักษร ทำให้ปัจจุบันเรามีคัมภีร์ใบลาน ๔ สายจารีต
ใหญ่ ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ คือ จารีตศรีลังกาจารึกด้วยอักษร
สิงหล จารีตพม่าจารึกด้วยอักษรพม่า จารีตไทยจารึกด้วยอักษร
ขอม และจารีตล้านนาจารึกด้วยอักษรธรรม
แม้รูปลักษณ์ภายนอกของคัมภีร์ใบลานทั้ง ๔ สาย
จารีตหลักจะคล้ายคลึงกัน คือ มีแผ่นใบลานที่จารเนื้อความ
พระไตรปิฎกที่รวมกันเข้าเป็นมัด แล้วประกบหน้าหลังด้วย
ไม้เนื้อแข็ง ที่เรียกว่า "ไม้ประกับ” แต่หากศึกษาลึกลงไป
ในรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละสายจารีต จะเห็นความ
แตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สืบทอดมาตลอดหลาย
ร้อยปี และจากการศึกษารวบรวมคัมภีร์ใบลานของโครงการ
พระไตรปิฎก ฉบับวิชาการ ที่เน้นการสํารวจในประเทศไทย
ศรีลังกา และเมียนมาร์ พบว่าโดยภาพรวมเนื้อหาในใบลาน
จะจารพระธรรมคำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์เหมือนกัน
แต่ลักษณะการแบ่งเนื้อหาในแต่ละมัดของแต่ละสายจารีต
นั้นแตกต่างกัน ซึ่งสามารถอธิบายให้เห็นภาพได้ชัดเจน
โดยการเปรียบเทียบกับพระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ อาทิ คัมภีร์
ทีฆนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎกฉบับพิมพ์ ประกอบด้วย
พระไตรปิฎก ๓ เล่ม คือ สีลขันธวรรค มหาวรรค และปาฏิก
วรรค เมื่อนํามาเปรียบเทียบกับคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลาน
พระภิกษุชาวสิงหล เก็บคัมภีร์เข้ามัด
ด้วยการเข้าเชือกร้อยผ่านรู
บนแผ่นลานทะลุไม้ประกับด้านหน้า
ที่พบในประเทศไทยซึ่งจารด้วยอักษรขอมและธรรมจะพบว่า คัมภีร์ใบลานหนึ่งมัดครอบคลุมเนื้อหา
คัมภีร์เพียง ๑ เล่มเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลานที่พบในประเทศศรีลังกาและ
ประเทศเมียนมาร์ ที่มีเนื้อหาครอบคลุมคัมภีร์ทีฆนิกายครบทั้ง ๓ เล่ม คือ สีลขันธวรรค มหาวรรค
และปาฏิกวรรค รวมอยู่ในมัดเดียวกัน ดังนั้นคัมภีร์ ๒ สายจารีตหลังนี้จึงมีขนาดมัดคัมภีร์ใหญ่
กว่าจารีตไทยและล้านนา
กรกฎาคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๖๕
_