ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถ้าเรามีน้อย ให้ทานน้อย จะได้บุญมาก
เหมือนคนที่ให้ทานมาก ๆ ไหม?
“เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักษิณาทานหาใช่
เป็นของน้อยไม่" มีเรื่องจากพระไตรปิฎกเรื่อง
หนึ่งบันทึกไว้ว่า มีคนจะไปบูชาเจดีย์แต่ไม่มี
ทรัพย์ จึงเก็บดอกบวบขม ๔ ดอกจากข้างทาง
ไปบูชา อานิสงส์ยังส่งให้ไปเกิดบนสวรรค์เลย
ขอให้มีความเลื่อมใสเถิด
แต่ถ้าใจมีความเลื่อมใสเท่ากันจะเป็น
อย่างไร ก็ต้องมาดูเงื่อนไขที่จะทำให้ได้บุญมาก
พระพุทธเจ้าบอกว่ามีองค์ประกอบ ๓ อย่างที่
จะทำให้ได้บุญมากดังนี้
๑. วัตถุบริสุทธิ์ คือ ของที่ให้ทานได้มา
ด้วยความบริสุทธิ์ ดอกบวบข้างทางก็ได้มาด้วย
ความบริสุทธิ์ ถ้าทําบุญเยอะแต่ไปโกงเขามา
บุญก็น้อย ทรัพย์ที่ทำบุญน้อยแต่ได้มาด้วย
ความสุจริตได้บุญเยอะกว่า
๒. เจตนาบริสุทธิ์ คือ เพื่อขจัดความ
ตระหนี่ และก่อนให้ทานก็เลื่อมใส ระหว่างให้
ก็ตั้งใจ หลังให้แล้วก็ปลื้มอกปลื้มใจ ยิ่งเลื่อมใส
มากบุญยิ่งเยอะ ทำบุญบาทเดียวแต่ทั้งเนื้อ
ทั้งตัวมีอยู่แค่บาทเดียวนี้แหละเลื่อมใสจริง ๆ
บุญมหาศาล แต่ถ้าใครทําบุญเงินล้านอย่าง
เสียไม่ได้ ทําเพื่อเอาหน้า ได้บุญนิดเดียว
๓.
บุคคลบริสุทธิ์ ถ้าผู้รับเป็นพระภิกษุ
ที่อยู่ในศีลในธรรม ยิ่งมีคุณธรรมสูงเท่าไร
บุญเรายิ่งมาก และตัวเราเองในฐานะผู้ให้ทาน
ยิ่งอยู่ในศีลในธรรมมากเท่าไร บุญก็ยิ่งเยอะ
แต่ถ้าเป็นบุคคลคนเดียวกัน มีความ
ศรัทธาเท่ากัน วัตถุบริสุทธิ์เหมือนกัน อย่างนี้
เราก็คิดเอาง่าย ๆ ได้ว่า ถ้าท่ามากก็ย่อมได้มาก
ไปตามส่วน แต่ไม่ใช่ตัวชี้ขาด จะมาวัดจาก
ตัวเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูความเลื่อมใส
ความตั้งใจ ดูทั้งหมดประกอบด้วย
๘๖ อยู่ในบุญ กรกฎาคม ๒๕๕๙
ทำไมต้องทำบุญเยอะ ๆ ด้วย?
ที่จริงเราให้ทําบุญตามกำลัง คนไหนมี
กำลังทรัพย์มากก็ทำมาก คนไหนมีน้อยก็ทำ
ตามกำาลังของตัวเอง บางคนพนมมืออยู่หน้า
ตู้รับบริจาคตั้งนาน ในมือมีแค่เหรียญบาท
หรือเหรียญห้าเหรียญหนึ่ง การที่วัดออกค่ารถให้
และมีอาหารเลี้ยงทำให้คนในกรุงเทพฯ ที่จนที่สุด
ก็สามารถมาวัดได้ ขึ้นรถมาฟรี ทานข้าวฟรีด้วย
ถามว่าทําไมถึงต้องเลี้ยงอาหาร ทําไมถึง
น
ให้นั่งรถมาวัดฟรี เป็นเพราะวัดเรามีคอนเซปต์
ตั้งแต่สร้างวัดว่า ไม่ควรให้ฐานะทางเศรษฐกิจ
เป็นเครื่องกีดกั้นการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อ
ต้องการเปิดกว้างให้คนทุกชั้นสามารถมาวัดได้
ถ้าวัดคิดจะรับแต่คนรวยไม่ต้องเลี้ยงข้าวหรอก
เขาหาข้าวกินเองได้ แล้วก็ไม่ต้องจัดรถมา เขา
ขับรถมาเองได้ แต่เพราะเราไม่ได้คิดจะรับแต่
คนรวย ดังนั้นตั้งแต่เริ่มสร้างวัดจนถึงปัจจุบัน
น
จึงยังคงมีการจัดรถมาวัดฟรี เลี้ยงข้าวฟรี
ทำให้คนจนที่สุดก็มาวัดได้ เมื่อมาแล้วชีวิตเขา
ดีขึ้น ๆ อีกหน่อยเขาก็มาบำรุงวัด
ถามว่าการจัดรถมาวัดฟรี ค่ารถมาจาก
ไหน อาหารฟรี ค่าอาหารมาจากไหน ก็มาจาก
คนที่มีทรัพย์มาก เขาทำตามกำลังของเขา เขา
ไม่เดือดร้อน ทำเสร็จแล้วทรัพย์นี้ก็จะกลายเป็น
เสนาสนะบ้าง เป็นเครื่องอำนวยความสะดวก
ในการปฏิบัติธรรมบ้าง เป็นค่าใช้จ่ายให้แก่คน
ที่ยังมีทรัพย์น้อยบ้าง นี้คือการเกื้อกูลกัน
ระหว่างคนรวยและคนที่กำาลังจะรวยในอนาคต
นี้คือความเอื้อเฟื้อกันของคนในสังคม โดยมีวัด
เป็นศูนย์กลาง เป็นจุดร่วม
การทําบุญทําได้ตามกาลังของเรา ใคร
จะมาบังคับเราได้ เงินในกระเป๋าเรา เราพอใจ
ทําเท่าไรก็ท่าเท่านั้น