ข้อความต้นฉบับในหน้า
Go
๙
กระทบกระทั่งกัน ต่อมาเมื่อน้องสาวสามีถวายบิณฑบาตแด่
พระปัจเจกพุทธเจ้า ด้วยความโกรธที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจ
ทำให้น้องสาวสามีของนางตั้งความปรารถนาว่า “ขอให้เราห่าง
ไกลคนพาลเช่นนี้ ๑๐๐ โยชน์
เมื่อนางได้ยินเข้าก็โกรธมาก และคิดว่า “พระปัจเจก
พุทธเจ้าจงอย่าฉันภัตตาหารที่หญิงคนนี้ถวายเลย" นางจึงรับ
บาตรมาแล้วเอาภัตตาหารเททิ้ง แล้วเอาโคลนใส่จนเต็มถวาย
พระปัจเจกพุทธเจ้า
น้องสาวสามีเห็นเช่นนั้นจึงพูดว่า “นางคนพาล เจ้าจะด่า
หรือทุบตีเราก็ได้ แต่ไม่ควรทิ้งภัตตาหารจากบาตรของท่าน
ผู้บำเพ็ญบารมีมาตลอด ๒ อสงไขย แล้วถวายโคลนตม”
เมื่อได้ยินดังนั้น นางจึงได้สติแล้วรับบาตรมาล้างและ
ขัดถูด้วยผงเครื่องหอม เอาของมีรสอร่อย ๔ อย่าง ใส่จนเต็ม
บาตร แล้วราดด้วยเนยใสซึ่งมีสีเหมือนดอกบัวไว้ข้างบน แล้ว
ตั้งความปรารถนาว่า “บิณฑบาตนี้มีแสงสว่างฉันใด ขอเราจง
มีแสงสว่างฉันนั้น” พระปัจเจกพุทธเจ้าอนุโมทนาแล้วเหาะไป
บนอากาศ
อานิสงส์แห่งบุญที่ถวายภัตตาหารแด่พระปัจเจกพุทธ
เจ้า ทาให้นางมีรูปงามทุกภพทุกชาติ แต่มีกลิ่นตัวเหม็นเพราะ
กระทำกรรมหนัก คือ ถวายโคลนแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า
สองสามีภรรยาบ๋าเพ็ญกุศลตราบสิ้นอายุขัยแล้วไป
บังเกิดบนสวรรค์
๖
ในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งคู่จุติจาก
สวรรค์มาเกิดในกรุงพาราณสี ด้วยบุญที่เคยสร้างมาทำให้สามี
ได้เกิดเป็นบุตรของเศรษฐีมีสมบัติถึง ๘๐ โกฏิ ส่วนภรรยา
ก็ได้เกิดเป็นธิดาของเศรษฐีอีกตระกูลหนึ่ง และมีรูปงามมาก
แต่ด้วยผลแห่งบาปที่เอาโคลนใส่บาตรพระปัจเจกพุทธเจ้า
นางจีงมีร่างกายที่มีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง เป็นที่รังเกียจของ
มหาชน
ต่อมา เศรษฐีผู้มีสมบัติ ๘๐ โกฏิ ส่งคนมาสู่ขอนาง
ให้ไปแต่งงานกับลูกชายของตน เมื่อนางไปถึงบ้านท่านเศรษฐี
ทั้งบ้านก็มีกลิ่นเหม็นเหมือนส้วมที่เปิดฝาไว้ เหม็นตั้งแต่นาง
ย่างเท้าเข้าไปภายในธรณีประตูเลยทีเดียว พอลูกชายเศรษฐี
รู้ว่าเป็นกลิ่นของนาง เขาก็ให้คนพานางกลับไป นางถูกรับถูกส่ง
กลับไปกลับมาอยู่ถึง ๒ ครั้ง ทำให้เกิดความทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง