ข้อความต้นฉบับในหน้า
๕๖
๕๗
เข้าไปอุปัฏฐากรับใช้และนวดเท้าทั้งสองของท่าน แม้แต่
พระบรมศาสดายังทรงกล่าวยกย่องพระมหากัจจายนะ
ท่ามกลางหมู่สงฆ์ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีทวารอันตน
คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย เช่นเดียวกับมหากัจจายนะ
บุตรของเรา ย่อมเป็นที่รักของเหล่าเทวดา”
พระมหากัจจายนะมิเพียงเปี่ยมด้วยคุณสมบัติและ
ทรัพย์สมบัติ แต่ท่านยังเป็นเลิศด้วยรูปสมบัติ คือมีผิวพรรณ
ละเอียดอ่อนผุดผ่องดุจทองคำ และมีรูปร่างสง่างามคล้ายคลึง
กับพระบรมศาสดา จนทำให้หลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่าท่านเป็น
b
พระบรมศาสดา
หลักฐานประการหนึ่งในพระไตรปิฎกที่แสดงว่าท่านมี
ความสง่างามและผิวพรรณวรรณะผ่องใสอย่างยิ่ง ก็คือเรื่อง
ราวเหลือเชื่อแต่เป็นความจริงดังต่อไปนี้..
วันหนึ่ง ขณะที่พระมหากัจจายนะกำลังห่มจีวรจะ
เข้าไปบิณฑบาตในเมือง บุตรชายของเศรษฐีแห่งเมืองโสไรยะ
คนหนึ่งชื่อโสไรยะ นั่งยานพาหนะผ่านมากับบรรดาสหาย
ครั้นนายโสไรยะเห็นวรรณะอันงดงามผ่องใส ดึงดูดตาดึงดูด
ใจของพระเถระ ก็เกิดความคิดอกุศลขึ้นมาว่า “พระเถระรูปนี้
สวยจริงหนอ ควรจะเป็นภรรยาของเรา หรือมิฉะนั้น ภรรยา
ของเราก็ควรจะมีผิวพรรณงดงามเหมือนพระรูปนี้”
ด้วยบาปหนักที่จาบจ้วงพระอรหันต์ ทำให้นายโสไรยะ
กลายร่างเป็นผู้หญิงในทันที นายโสไรยะซึ่งขณะนี้กลายเป็น
นางโสไรยะไปแล้ว รู้สึกตกใจและอับอายมาก จึงรีบลงจาก
ยานพาหนะแล้วเดินไปยังกรุงตักสิลา
บรรดาเพื่อนฝูงของนายโสไรยะพากันออกตามหาเขา
แต่ไม่พบ ส่วนบิดามารดาของเขาก็พากันร้องไห้ด้วยความ
เศร้าโศกเสียใจ เพราะคิดว่าบุตรคงเสียชีวิตไปแล้ว
ฝ่ายนางโสไรยะได้ติดตามกองเกวียนของพ่อค้าไป
จนถึงกรุงตักสิลา เมืองหลวงของแคว้นคันธาระ บุตรชายของ
เศรษฐีแห่งกรุงตักสิลาเห็นนางมีรูปงามจึงเกิดความรักและรับ
นางเป็นภรรยา ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน ๒ คน
ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งเป็นผู้ชาย โสไรยะมีบุตรอยู่แล้ว ๒
คน ดังนั้นจึงเท่ากับว่าเขาเป็นทั้งพ่อและแม่ เป็นทั้งสามีและ
ภรรยาในชาติเดียวกัน