ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๔
๒๕
พระเถระเหยียบเอา
แต่นางมีศรัทธาแรงกล้า ไม่กลัวความตายแม้แต่น้อย
นางคิดว่า “ถึงแม้เราจะตายลงไปในที่นั้น เราก็จักไปทำการ
บูชาสักการะให้ได้” จากนั้นนางก็ออกเดินทางไปพร้อมกับ
คนรับใช้ที่ถือผอบซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้ทองคำและของหอม
ขณะที่นางและคนรับใช้ยืนประนมมือบูชาพระธาตุของ
พระสารีบุตรด้วยดอกไม้ทองคำและของหอมอยู่นั้น มีช้าง
ตกมันเชือกหนึ่งวิ่งเข้ามาท่ามกลางฝูงชน ผู้คนตกใจกลัวจึงพากัน
วิ่งหนีเอาตัวรอด นางเสสวดีถูกชนล้มลงและถูกฝูงชนเหยียบ
จนเสียชีวิต
รู้ว่าทิพยสมบัติเหล่านี้ได้มาเพราะความเลื่อมใสในพระสารีบุตร
เถระ นางก็ยิ่งมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัยมากขึ้น นางจึง
ประดับร่างกายด้วยเครื่องประดับอันอลังการที่บรรทุกเกวียน
ได้ถึง 50 เล่มเกวียน แวดล้อมด้วยนางอัปสร ๑,๐๐๐ นาง
ลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วมายืนประคองอัญชลีถวาย
บังคมพระบรมศาสดา ด้วยเทพฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของนาง
ทําให้บริเวณวัดพระเชตวันสว่างไสวดุจพระจันทร์และพระอาทิตย์
ส่องแสง
ด้วยบุญที่นางมีจิตเลื่อมใสอย่างสูงสุดต่อพระสารีบุตร
และบุญที่กระทําการบูชาสักการะท่านด้วยดอกไม้ทองคำและ
ของหอม นางจึงได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีนาง
อัปสรหนึ่งพันเป็นบริวาร
เมื่อนางได้เป็นเทพธิดาและเห็นทิพยสมบัติอันมากมาย
ของตนแล้ว ก็สงสัยว่า “เราได้สมบัตินี้ด้วยบุญเช่นใดหนอ” ครั้น
๙
ขณะนั้น พระวังคีสะซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เห็นสมบัติอันอลังการของนาง ท่านจึงทูลขออนุญาตพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าถามถึงบุญที่นางเคยทำไว้ เมื่อได้รับพุทธานุญาต
แล้ว พระเถระจึงถามนางว่า
"ดูก่อนเทพธิดาผู้เลอโฉม วิมานของท่านมุงด้วย
แก้วผลึก ข่ายเงิน และขายทองคำ มีพื้นวิจิตรสวยงามน่า
รื่นรมย์ มีซุ้มประตูทำด้วยแก้ว ๗ ประการ ที่ลานวิมานเต็มไป
ด้วยทรายทองส่องแสงระยิบระยับไปทั่วทุกทิศ เหมือนพระอาทิตย์