ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐
๑๑
๗
ต่อมา เมื่อพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน
มหาชนพร้อมใจกันก่อสร้างเจดีย์สูง ๑ โยชน์ โดยใช้ทองคำ
แท่งแทนอิฐ ธิดาเศรษฐีรู้จักเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส นาง
คิดว่า “เราคงมีกรรมที่ทำไว้ในอดีต จึงต้องมาประสบความ
ทุกข์เช่นนี้ ชาตินี้เราจะต้องสั่งสมบุญให้มาก ๆ ชาติหน้าจะได้
ไม่ต้องมาเจอกับความทุกข์ขนาดนี้" จากนั้นนางก็น่าเครื่อง
ประดับไปให้ช่างหลอมทำอิฐทองคำร่วมสร้างเจดีย์
ในขณะที่นางไปถึงสถานที่สร้างเจดีย์ พอดีมีก้อนอิฐ
ตกลงมาก้อนหนึ่ง นายช่างขาดอิฐที่จะใช้เชื่อมต่อเจดีย์อยู่
๑ ก้อน เขาจึงบอกให้นางวางอิฐทองคำลงในบริเวณนั้นด้วยตนเอง
และเอานํ้ามันผสมหรดาลกับมโนศิลาก่ออิฐให้แน่น แล้วบูชา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยดอกบัว ๘ กำ และตั้งความ
ปรารถนาว่า “ด้วยบุญกุศลนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีกลิ่นจันทน์ฟัง
ออกจากตัว กลิ่นอุบลฟุ้งออกจากปาก”
น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก บุญที่ตัดใจถวายเครื่องประดับ
ทองคําอันล้ำค่าเพื่อหาอิฐสร้างเจดีย์ 9 ก้อน มีอานุภาพอัน
ไม่มีประมาณเกินคาดหมายจริง ๆ เพราะนอกจากสามารถ
ตัดรอนวิบากกรรมหนักที่นางเคยทำมาในอดีตชาติ ทำให้กลิ่น
เหม็นเหมือนส้วมที่ติดตัวนางมลายหายสูญไปแล้ว ยังบันดาล
ให้มีกลิ่นจันทน์ฟุ้งออกจากร่างกายและกลิ่นดอกบัวฟุ้งออก
จากปากอีกด้วย ในขณะเดียวกันลูกชายเศรษฐีก็คิดถึงนาง
ขึ้นมาจับใจ จนต้องรีบส่งคนรับใช้มาตามนางกลับไป
เมื่อนางไปถึงบ้านท่านเศรษฐี ทันทีที่นางเข้าบ้าน กลิ่น
จันทน์และกลิ่นดอกบัวก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน ลูกชายเศรษฐี
จึงถามว่า “เมื่อก่อนมีกลิ่นเหม็นฟุ้งออกจากร่างกายของเจ้า
แต่เดี๋ยวนี้มีกลิ่นจันทน์หอมฟุ้งออกจากร่างกาย กลิ่นดอกบัว
ฟุ้งออกจากปาก เจ้าไปทำอะไรมาหรือ” นางจึงเล่าให้ฟังว่า
นางถวายแผ่นอิฐทองคำสร้างเจดีย์บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และผลบุญที่ถวายอิฐทองได้ตัดรอนวิบากกรรมเหล่านั้นจน
หมดสิ้น
ลูกชายเศรษฐีเป็นผู้มีปัญญา เมื่อเห็นอานุภาพอันยิ่ง
ใหญ่ของบุญที่เกิดจากการร่วมสร้างเจดีย์ด้วยทองคํา ที่
สามารถส่งผลได้อย่างอัศจรรย์ในปัจจุบันชาตินี้ ก็รู้ว่าบุญต้อง
แรงมาก เขาจึงปรารถนาที่จะได้บุญนี้บ้าง จึงให้ช่างน่าทองค่า
ไปท่าดอกประทุมทองขนาดเท่าล้อรถ เพื่อนำไปประดับเจดีย์