ข้อความต้นฉบับในหน้า
ec
๕๙
ต่อมา เขามีโอกาสกราบขอขมาพระมหากัจจายนะ
เมื่อท่านอโหสิกรรมให้ เขาจึงคืนร่างเป็นชาย แล้วขอบวชใน
สำนักของท่าน และได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
๗
ส่วนสาเหตุที่ทำให้พระมหากัจจายนะมีผิวพรรณวรรณะ
ที่งดงามผ่องใสนั้น เกิดจากการทําบุญด้วยทองค่าในสมัย
พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า
ครั้งนั้น พระมหากัจจายนะเคยถวายแผ่นอิฐทองคำ
มีค่าแสนหนึ่ง ทำเป็นฐานของพระสุวรรณเจดีย์เพื่อประดิษฐาน
พระบรมสารีริกธาตุ และตั้งความปรารถนาว่า “ด้วยอานุภาพ
แห่งบุญที่บังเกิดขึ้นจากการถวายแผ่นอิฐทองคำนี้ ขอให้สรีระ
ของข้าพเจ้าจงมีวรรณะเหมือนทองคำทุกภพทุกชาติ”
ด้วยอานิสงส์แห่งบุญพิเศษนี้ ทำให้ความปรารถนา
ของท่านบังเกิดเป็นความจริง คือ ได้เกิดมามีผิวพรรณวรรณะ
งดงามเป็นพิเศษ โดดเด่นยิ่งกว่าคนทั่วไป
ย้อนไปในสมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ท่านก็เคยถวายอาสนะ
ทําด้วยแก้วผลีกที่ฉาบทาด้วยทองชมพูนุทซึ่งเป็นทองคำบริสุทธิ์
มีฉัตรทำด้วยรัตนะทั้ง ๒ ประการ กางกั้นไว้บนยอด และ
ถวายพัดวาลวีชนี พัดบวรจามรี แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยอานุภาพแห่งการบูชาในครั้งนี้ ท่าให้ท่านได้เสวย
ทิพยสุขในเทวโลก ได้บังเกิดเป็นเทพราชาผู้เป็นใหญ่ใน
สวรรค์เป็นเวลายาวนานถึง ๑๐ กัป มีรัศมีแผ่ไปโดยรอบ
ร้อยโยชน์อยู่เป็นนิจ และได้ไปบังเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มี
ฤทธานุภาพมาก มีรัตนชาติบังเกิดขึ้นมากมายเหลือคณานับ
ล้วนส่องสว่างโชติช่วงดังอาทิตย์อุทัย ตลอดทั้งกลางวันกลางคืน
พระมหากัจจายนะระลึกชาติไปดูประวัติการสร้างบารมี
ของท่านในชาตินั้นก็พบว่า เมื่อท่านถวายอาสนะแก้วผลึกที่ฉาบทา
ด้วยทองชมพูนุทอันเป็นทองคำบริสุทธิ์ เพื่อเป็นที่ประทับนั่ง
ของพระปทุมุตตรพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ตรัสว่า
“ผู้ใดได้ถวายอาสนะที่ทำด้วยทองและแก้วนี้ เราจัก
พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักเป็นจอม
แห่งเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๓๐ กัป จักมีรัศมีแผ่ไป
โดยรอบตลอดร้อยโยชน์ ครั้นมาสู่มนุษยโลกแล้ว จักได้เป็น
พระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่า ปภัสสระ จักเป็นผู้มีเดช
อันรุ่งเรือง จักได้เป็นกษัตริย์มีรัตนะ ๘ ประการ โชติช่วงอยู่