อานิสงส์ของการถวายบัลลังก์ทอง ทองคำกับผู้มีบุญในพระไตรปิฎก หน้า 18
หน้าที่ 18 / 49

สรุปเนื้อหา

อาสนะที่จัดเตรียมไว้พร้อมกับหมู่สงฆ์แล้ว บุตรเศรษฐีได้ ถวายภัตตาหารอันประณีตที่เตรียมไว้ด้วยจิตที่เลื่อมใส และ ถวายบัลลังก์ทองอันสูงค่าแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์ หลังจากที่พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับ เครื่องบูชาแล้ว ก็ทรงมองไปในอนาคตกาลภายภาคหน้า และ ทรงทราบว่าอานิสงส์ใหญ่ได้บังเกิดขึ้นกับบุตรเศรษฐีแล้ว พระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้บุตรเศรษฐีมั่นใจในผลแห่งบุญ ที่บังเกิดขึ้น จึงตรัสพยากรณ์ว่า “ผู้ใดถวายอาสนะทองอัน ลาดด้วยเครื่องลาดวิเศษมีขนยาวนี้ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เป็นท้าวสักกเทวราช ๒๔ ครั้ง มีนางเทพอัปสรแวดล้อมเสวยสมบัติ จักได้เป็นพระเจ้า ประเทศราชครอบครองพสุธา ๑,๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๕๑ ครั้ง จักเป็นผู้มีสกุลสูงในกำเนิดและภพ

หัวข้อประเด็น

- อานิสงส์ของการถวายบัลลังก์ทอง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

me ๓๕ สัมพุทธเจ้า และพระภิกษุสงฆ์แล้วจัดสถานที่ปูลาดอาสนะอัน มีค่าและสวยงาม เพื่อรองรับพระภิกษุถึง 900,000 รูป ๕ เมื่อได้เวลา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาพร้อม ด้วยพระสงฆ์สาวก หลังจากที่พระพุทธองค์ประทับนั่งบน อาสนะที่จัดเตรียมไว้พร้อมกับหมู่สงฆ์แล้ว บุตรเศรษฐีได้ ถวายภัตตาหารอันประณีตที่เตรียมไว้ด้วยจิตที่เลื่อมใส และ ถวายบัลลังก์ทองอันสูงค่าแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์ หลังจากที่พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับ เครื่องบูชาแล้ว ก็ทรงมองไปในอนาคตกาลภายภาคหน้า และ ทรงทราบว่าอานิสงส์ใหญ่ได้บังเกิดขึ้นกับบุตรเศรษฐีแล้ว พระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้บุตรเศรษฐีมั่นใจในผลแห่งบุญ ที่บังเกิดขึ้น จึงตรัสพยากรณ์ว่า “ผู้ใดถวายอาสนะทองอัน ลาดด้วยเครื่องลาดวิเศษมีขนยาวนี้ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เป็นท้าวสักกเทวราช ๒๔ ครั้ง มีนางเทพอัปสรแวดล้อมเสวยสมบัติ จักได้เป็นพระเจ้า ประเทศราชครอบครองพสุธา ๑,๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๕๑ ครั้ง จักเป็นผู้มีสกุลสูงในกำเนิดและภพทั้ง ปวง ภายหลังผู้นี้จักบวชเป็นพระสาวกของพระสมณโคดม พุทธเจ้ามีนามว่า ภัททิยะ” ๖ เมื่อฟังพระดำรัสของพระบรมศาสดาแล้ว มหาปีติก บังเกิดขึ้นกับบุตรเศรษฐีอย่างไม่มีประมาณ เขาจึงตั้งใจ บำเพ็ญบุญตลอดมา ด้วยอานุภาพของบุญที่ตั้งใจสะสมมา โดยตลอด เมื่อละโลกแล้ว บุตรเศรษฐีได้ไปบังเกิดในสวรรค์ จากนั้นเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ คือได้เกิดเป็นเทวดา และมนุษย์เท่านั้น โดยไม่ตกไปในอบายภูมิเลย ตรงตามพระดำรัส ของพระบรมศาสดาทุกประการ และในชาติสุดท้าย บุตรเศรษฐี ก็ได้บรรลุมรรคผลนิพพานอันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการ เดินทางในสังสารวัฏ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ห่างไกลจากทุกข์ ทั้งปวง ๗ ในบรรดามนุษย์จํานวนมากมายมหาศาลนั้น เมื่อละโลก
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หน้าหนังสือทั้งหมด

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More