ข้อความต้นฉบับในหน้า
me
๓๕
สัมพุทธเจ้า และพระภิกษุสงฆ์แล้วจัดสถานที่ปูลาดอาสนะอัน
มีค่าและสวยงาม เพื่อรองรับพระภิกษุถึง 900,000 รูป
๕
เมื่อได้เวลา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาพร้อม
ด้วยพระสงฆ์สาวก หลังจากที่พระพุทธองค์ประทับนั่งบน
อาสนะที่จัดเตรียมไว้พร้อมกับหมู่สงฆ์แล้ว บุตรเศรษฐีได้
ถวายภัตตาหารอันประณีตที่เตรียมไว้ด้วยจิตที่เลื่อมใส และ
ถวายบัลลังก์ทองอันสูงค่าแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์
หลังจากที่พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับ
เครื่องบูชาแล้ว ก็ทรงมองไปในอนาคตกาลภายภาคหน้า และ
ทรงทราบว่าอานิสงส์ใหญ่ได้บังเกิดขึ้นกับบุตรเศรษฐีแล้ว
พระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้บุตรเศรษฐีมั่นใจในผลแห่งบุญ
ที่บังเกิดขึ้น จึงตรัสพยากรณ์ว่า “ผู้ใดถวายอาสนะทองอัน
ลาดด้วยเครื่องลาดวิเศษมีขนยาวนี้ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน
ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เป็นท้าวสักกเทวราช ๒๔
ครั้ง มีนางเทพอัปสรแวดล้อมเสวยสมบัติ จักได้เป็นพระเจ้า
ประเทศราชครอบครองพสุธา ๑,๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ ๕๑ ครั้ง จักเป็นผู้มีสกุลสูงในกำเนิดและภพทั้ง
ปวง ภายหลังผู้นี้จักบวชเป็นพระสาวกของพระสมณโคดม
พุทธเจ้ามีนามว่า ภัททิยะ”
๖
เมื่อฟังพระดำรัสของพระบรมศาสดาแล้ว มหาปีติก
บังเกิดขึ้นกับบุตรเศรษฐีอย่างไม่มีประมาณ เขาจึงตั้งใจ
บำเพ็ญบุญตลอดมา ด้วยอานุภาพของบุญที่ตั้งใจสะสมมา
โดยตลอด เมื่อละโลกแล้ว บุตรเศรษฐีได้ไปบังเกิดในสวรรค์
จากนั้นเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ คือได้เกิดเป็นเทวดา
และมนุษย์เท่านั้น โดยไม่ตกไปในอบายภูมิเลย ตรงตามพระดำรัส
ของพระบรมศาสดาทุกประการ และในชาติสุดท้าย บุตรเศรษฐี
ก็ได้บรรลุมรรคผลนิพพานอันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการ
เดินทางในสังสารวัฏ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ห่างไกลจากทุกข์
ทั้งปวง
๗
ในบรรดามนุษย์จํานวนมากมายมหาศาลนั้น เมื่อละโลก