ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๒
๒๓
นางผู้มีบุญตอบว่า “น้องเห็นเงิน ทองคำ และแก้วมณี
กองอยู่มากมาย”
สามีจึงบอกกับนางว่า “สมบัติเหล่านี้กลายเป็นของ
ไม่มีค่า เพราะพี่ไม่มีบุญพอที่จะครอบครอง แต่น้องมีบุญมาก
ของเหล่านี้จึงกลับมาเป็นของมีค่าดังเดิม เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้
ต่อไป ขอให้น้องเป็นผู้ดูแลสมบัติทั้งหมดนี้ พี่จะใช้แต่ส่วนที่
น้องให้เท่านั้น" ด้วยเหตุนี้ทำให้มหาชนทั้งหลายเรียกนางว่า
“เสสวดี” ซึ่งแปลว่า ผู้มีส่วน
นางเสสวดีเป็นอุบาสิกาที่มีศรัทธาที่ประกอบด้วย
ปัญญา และไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต นางรู้ว่า บุญเป็นสิ่ง
ที่อยู่เบื้องหลังของความสุขและความสำเร็จทั้งปวง และที่
สําคัญ หากใช้บุญไปเรื่อย ๆ โดยไม่สร้างบุญเพิ่ม บุญที่มีอยู่
ก็จะหมดไป และหากบุญหมดลงแล้ว อุปสรรคและทุกข์ภัย
ต่าง ๆ ก็จะพากันหลั่งไหลเข้ามา ดังนั้น นางจึงหมั่นสั่งสม
บุญอยู่เป็นประจำ เพื่อมิให้บาปได้ช่องส่งผล
๖
ในช่วงนั้น เป็นเวลาที่พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรรู้ตัวว่า
กำลังจะปรินิพพาน ท่านจึงคิดจะตอบแทนคุณนางสารีพราหมณี
ผู้เป็นมารดาเสียก่อน ท่านจึงไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อ
ทูลขออนุญาตไปปรินิพพานที่หมู่บ้านนาลกะ งเป็นถิ่นเกิด
ของท่าน
เมื่อพระสารีบุตรกลับไปถึงบ้านเกิดของท่าน ท่านได้
แสดงธรรมโปรดมารดาจนกระทั่งบรรลุโสดาปัตติผล รุ่งเข้า
ท่านก็ปรินิพพานในห้องที่ท่านเกิดนั่นเอง
เมื่อพระสารีบุตรปรินิพพานแล้ว ทวยเทพและมนุษย์
ทั้งหลายต่างพากันกระทำการสักการะพระธาตุของท่านเป็นเวลา
๗ วัน จากนั้นจึงก่อเจดีย์สูง ๑๐๐ ศอก ด้วยไม้กฤษณา
และไม้จันทน์ เพื่อบรรจุพระธาตุ
๗
ฝ่ายนางเสสวดีผู้มีบุญทราบข่าวว่า พระสารีบุตรมา
ปรินิพพานที่บ้านเกิดของท่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวกับทีนาง
อาศัยอยู่ นางจึงคิดจะไปกราบพระธาตุของท่าน แต่พ่อสามี
ของนางห้ามไม่ให้ไป ให้ส่งดอกไม้และของหอมไปเท่านั้น
เพราะกลัวนางจะโดนมหาชนที่แห่กันไปกราบพระธาตุของ