ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธเจ้าและหมู่ภิกษุสงฆ์ ชาวพระนคร
เห็นดังนั้นก็เกิดอัศจรรย์ใจไปตาม ๆ กัน ต่าง
เปล่งเสียงอนุโมทนาสาธุการก้องพระนคร
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนา
พลางตรัสในท่ามกลางมหาสมาคมว่า มาณพ
ใดได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัวนี้ มาณพนั้น
จักรีนรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป
และจักได้เป็นจอมเทพเสวยทิพยสมบัติ
๓๐ ครั้ง จักมีวิมานชื่อมหาวิตถาริกะในเทวโลก
สูง ๓๐๐ โยชน์ กว้าง ๑๕๐ โยชน์ พวงดอกไม้
๔๐๐,๐๐๐ พวง ที่เทวดาเนรมิตอย่างสวยงาม
จะตามห้อยอยู่ที่ปราสาทอันวิจิตรและจะ
ประดับบนที่นอน นางเทพอัปสรแสนโกฏิผู้มี
รูปร่างงดงาม ฉลาดในการฟ้อนรำ การขับร้อง
และการประโคม จักมาเป็นบริวารคอยแวดล้อม
อ่านวยความสะดวกทุกอย่าง
ฝนดอกไม้ทิพย์สีแดงจักตกลงในวิมาน
แก้วปัทมราชซึ่งเป็นทับทิมเปล่งแสงแวววาว
400
จักห้อยอยู่ตามฝาผนัง บานประตู ตามต้นเสา
ของวิมาน เหล่านางเทพอัปสรจักพากันปูลาด
และห่มด้วยใบบัวอันเป็นทิพย์ พักผ่อนอยู่
ภายในวิมานอันประเสริฐที่ดารดาษด้วยใบบัว
ดอกบัวแดงจะเบ่งบานแวดล้อมวิมาน แล้ว
ส่งกลิ่นหอมตลบไปประมาณ ๑๐๐ โยชน์ และ
ในภพสุดท้ายจักได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
ในสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า
คำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้านั้น
เป็นจริงทุกอย่าง เมื่อพระพุทธองค์ทรงพยากรณ์
ผู้ใดแล้วจะไม่กลายเป็นอื่น เพราะพุทธญาณ
เป็นญาณทัสนะที่บริสุทธิ์ ล่วงความเห็นของ
มนุษย์ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ทรงเห็นแจ้ง
ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต สามารถ าหนดรู้
ถึงบุพกรรมและผลวิบากของผู้ที่ทํากรรมไว้
เพราะฉะนั้นเมื่อละโลกไปแล้ว มาณพท่านนี้
ก็ได้เสวยสุขในสวรรค์ มีวิมานทองเป็นรูป
อันประเสริฐ ที่เกลื่อนกล่นด้วยหมู่เทพนารี ดอกบัวสว่างไสว กลิ่นดอกบัวหอมฟุ้งไปทั่ว
เทวโลก ละจากอัตภาพนั้นยังได้มาเป็นพระเจ้า
มกราคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๐๕