ข้อความต้นฉบับในหน้า
ออกไป ๒-๓ คน แต่คนที่เหลือยังคงอยู่กับ โรงละครซูเคร (Sucre Theater)
ความนิ่ง
เวลาผ่านไป ๔๐ นาที เมื่อพระอาจารย์
บอกให้ลืมตา หลาย ๆ คนยังลืมตาไม่ขึ้น เมื่อ
ถามประสบการณ์มีหลายคนบอกว่าเห็น
พระอาทิตย์สว่าง โดยมีดวงหนึ่งสว่างอยู่บนหัว
(ช่วงที่พระอาจารย์ให้นึกถึงดวงอาทิตย์ที่
กลางท้อง แดดออกพอดี) อีกดวงหนึ่งสว่างที่
กลางท้อง โดยสว่างกันเกินครึ่งห้องเลยทีเดียว
หลายคนบอกว่า ฉันรู้สึกเหมือนตัวโคลง ๆ
บ้างก็บอกว่าเกิดอาการเหมือนตกจากที่สูง
แต่ก็ไม่ได้ตกใจ เพราะมีความสุขเกิดขึ้นด้วย
หลายคนบอกว่าคำภาวนา “สัมมาอะระหัง”
ทําให้เขามีความสุขมาก เมื่อภาวนาก็กลายเป็น
ยาที่ชะล้างความคิดออกไปจากใจ สุภาพสตรี
คนหนึ่งบอกว่าเสียงของพระอาจารย์ทำให้
ใจเขานิ่งจนถึงจุดที่ลึก ลึกจนความคิดรบกวน
รอบนี้ถือเป็นไฮไลต์ของการเดินทาง
ทั้งหมด เพราะเป็นรอบที่จัดในโรงละครหลัก
ของเมือง ซึ่งมีความจุกว่า ๓๐๐ ที่นั่ง โดยมี
ซานติอาโก เด็กหนุ่มชาวเอกวาดอร์ ซึ่งเคย
ผ่านการอบรมเป็นพีซีเอเจนต์เป็นแกนหลัก
ลุยช่วยประสานงาน เดินสายประชาสัมพันธ์
กับวิทยุท้องถิ่นหลายสถานี และส่งข่าวไปลง
หนังสือพิมพ์ด้วย นอกจากนี้ระหว่างทางเดิน
จากที่จอดรถไปยังโรงละครยังติดโปสเตอร์ที่มี
รูปของพระอาจารย์อยู่แทบจะทั่วทุกมุมถนน
โรงละครที่ใช้นั่งสมาธิมี ๒ ชั้น ชั้นล่าง
จุได้ ๒๐๐ คน ชั้นบนอีก ๑๐๐ คน เมื่อสำรวจ
ตรวจตราอุปกรณ์เครื่องเสียงแล้ว พระอาจารย์
ก็หลับตารอ และเมื่อท่านลืมตาขึ้นมาก็รู้สึก
แปลกใจที่ทุกที่นั่งในชั้นล่างจํานวน ๒๐๐ เก้าอี้
เต็มหมด พระอาจารย์เริ่มจากการแนะนำตัว
ไม่ได้ และทำให้ตัวเบาเหมือนลอยได้ เบา ๆ ให้คุ้นเคยก่อนว่า บุรุษที่ห่มจีวรสีส้ม
ดุจเปลวไฟที่อยู่ตรงหน้าคือใคร เพื่อละลาย
มกราคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๕๙