ผลของความปีติต่อบุญ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2559 ฉบับที่ 159 เดือนมกราคม หน้า 83
หน้าที่ 83 / 113

สรุปเนื้อหา

บางครั้งปีติก็เป็นแบบผสมผสาน คือ อาจจะรู้สึกซาบซ่านด้วย อุทานด้วย ขนลุกชูชัน ด้วย นี้ก็คืออาการของความปีติหรือความปลื้ม นนเอง “ความปีติ” หรือ “ความปลื้ม” มีผล ต่อบุญในตัวเราอย่างไร? พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เวลา ทําบุญ ถ้าจะได้บุญมากต้องประกอบด้วย องค์ ๓ ดังนี วัตถุบริสุทธิ์ หมายถึง วัตถุที่ถวาย เป็นทานต้องได้มาด้วยความถูกต้องชอบธรรม ถ้าเป็นของที่ขโมยมา บุญก็ลดลงไปตามส่วน ๒. เจตนาบริสุทธิ์ คำว่า เจตนาบริสุทธิ์ จะสัมพันธ์กับคำว่าปลื้ม จะขอขยายความ ทีหลัง บุคคลบริสุทธิ์ หมายถึง ผู้รับทาน ของเราเป็นผู้บริสุทธิ์ ยิ่งบริสุทธิ์มาก มีคุณธรรม มาก บุญก็มากขึ้นไปตามส่วน รวมทั้งตัวเราเอง ในฐานะผู้ให้ทาน ถ้ามีศีลและใจเป็นสมาธิตั้งมั่น มากเท่าไร บุญก็ยิ่งมากตามส่วนไปด้วย ดังนั้น ทำบุญกับบุคคลที่มีศี

หัวข้อประเด็น

- ผลของความปีติต่อบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บางครั้งปีติก็เป็นแบบผสมผสาน คือ อาจจะรู้สึกซาบซ่านด้วย อุทานด้วย ขนลุกชูชัน ด้วย นี้ก็คืออาการของความปีติหรือความปลื้ม นนเอง “ความปีติ” หรือ “ความปลื้ม” มีผล ต่อบุญในตัวเราอย่างไร? พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เวลา ทําบุญ ถ้าจะได้บุญมากต้องประกอบด้วย องค์ ๓ ดังนี ๑. วัตถุบริสุทธิ์ หมายถึง วัตถุที่ถวาย เป็นทานต้องได้มาด้วยความถูกต้องชอบธรรม ถ้าเป็นของที่ขโมยมา บุญก็ลดลงไปตามส่วน ๒. เจตนาบริสุทธิ์ คำว่า เจตนาบริสุทธิ์ จะสัมพันธ์กับคำว่าปลื้ม จะขอขยายความ ทีหลัง ๓. บุคคลบริสุทธิ์ หมายถึง ผู้รับทาน ของเราเป็นผู้บริสุทธิ์ ยิ่งบริสุทธิ์มาก มีคุณธรรม มาก บุญก็มากขึ้นไปตามส่วน รวมทั้งตัวเราเอง ในฐานะผู้ให้ทาน ถ้ามีศีลและใจเป็นสมาธิตั้งมั่น มากเท่าไร บุญก็ยิ่งมากตามส่วนไปด้วย ดังนั้น ทำบุญกับบุคคลที่มีศีล ย่อมได้บุญมากกว่า ทำกับคนไม่มีศีล ทําบุญกับพระโสดาบันได้บุญ มากกว่าทำกับบุคคลธรรมดาทั่วไป ทำบุญกับ พระอรหันต์บุญยิ่งมากขึ้น ย้อนกลับมาข้อ ๒ เจตนาบริสุทธิ์ก็คือ ตั้งแต่ก่อนให้ทานก็มีจิตเลื่อมใส ขณะให้ก็ให้ ด้วยความตั้งใจ มีความเลื่อมใสเต็มเปี่ยม เมื่อ ให้ทานไปแล้ว ความเลื่อมใสก็ยังเกิดอย่าง ต่อเนื่อง มีปีติเกิดขึ้นทั้งก่อนให้ ขณะให้ และ หลังให้ บางคนมีศรัทธา แต่พอทำบุญเสร็จแล้ว นึกว่าทำเยอะไปหรือเปล่า ชักเสียดาย ผลก็คือ บุญเกิดไม่เต็มที่ บ ผลบุญที่ให้ทานแม้ทําให้เกิดมาเป็น เศรษฐี แต่เพราะความตระหนี่ทำให้เสียดาย ไม่ยอมใช้ทรัพย์ บางคนมีเงินมากมาย แต่เวลา ชื่อผลไม้ต้องชื่อชนิดที่เกือบจะเน่า แล้วมาติด ที่เน่า ๆ ออก มีเสื้อผ้าดี ๆ ก็เก็บไว้ในตู้ แล้ว หาเสื้อขาด ๆ มาใส่ เพราะว่าเสียดาย นี่เป็น เพราะว่าถวายทานแล้วนึกเสียดายทีหลัง คนที่รู้หลักจะต้องรักษาใจให้ปลื้ม ทั้งก่อนทำ ขณะทำ และทำไปแล้ว ให้ใจใส เป็นแก้ว และมีความปีติเบิกบาน นึกครั้งใด ก็ปลื้มอกปลื้มใจ อย่างนี้ได้บุญมาก มีคนบอกว่าที่วัดพระธรรมกายสอนว่า ทำมากได้บุญมาก ความจริงก็คือ ถ้าเงื่อนไขอื่น เท่ากัน วัตถุบริสุทธิ์เหมือนกัน ทุกอย่างเหมือน กันหมด คนท่ามากกว่าก็ต้องได้บุญมากกว่า เป็นธรรมดา แต่คนที่มีอคติยากที่จะเข้าใจหรือ ยอมรับได้ ให้เรามาปรับวิธีอธิบายให้เขาฟังใหม่ ว่า ใครมีใจเลื่อมใสมาก ก็จะได้บุญมาก ถ้าพูด อย่างนี้เขาจะยอมรับได้ และความจริงก็เป็น อย่างนี้ สำหรับคนยากจน เขาทำบุญ ๕ บาท ซึ่งอาจจะเป็นข้าวมื้อต่อไปของเขาก็ได้ เขา ทําเต็มที่ของเขาแล้ว เขาก็ได้บุญมาก แต่คนที่ มีทรัพย์มาก ถ้าเขามีจิตเลื่อมใส เขาจะทำ ๕ บาทไหม ไม่หรอก เขาต้องทำเต็มที่ เต็ม กำลังศรัทธา เต็มความพร้อมของเขา ดังนั้น คนที่มีทรัพย์น้อยก็มีโอกาสได้ บุญใหญ่ ถ้าตั้งใจสร้างบุญเต็มที่ พอใจเลื่อมใส อย่างเต็มเปี่ยม บุญก็มหาศาล แม้ว่าทรัพย์ ไม่มาก แต่ก็ทำเต็มที่เท่าที่เขามีอยู่ในขณะนั้น เพราะฉะนั้นทำให้ถูกหลักวิชา ปลื้มทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ มกราคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๘๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More