การทำบุญและความปลื้ม วารสารอยู่ในบุญ ปี 2559 ฉบับที่ 159 เดือนมกราคม หน้า 84
หน้าที่ 84 / 113

สรุปเนื้อหา

ถ้าเราทำบุญเดิม ๆ ซ้ำกันทุกวันจนรู้สึก ไม่ปลื้มเท่ากับทําครั้งแรก จะมีวิธีแก้ไข อย่างไร? เราต้องรู้จักปรับใจให้ดี ถ้าเราทำบุญ จนกระทั่งรู้สึกว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง ถึงเวลา เข้าก็ตักบาตร ไม่ได้คิดอะไร อย่าง ความปลื้ม อาจจะลดลงได้ เพราะเกิดเป็นความเคยชิน ขึ้นมาแทน แต่ถ้าเรามีความตื่นตัว เอาหลัก อิทธิบาท ๔ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มาใช้ เราจะรู้สึกใหม่อยู่เสมอ ฉันทะ คือ เห็นประโยชน์ถึงทำ ไม่ใช่ทำ เพราะหน้าที่ วิริยะ คือ ทำแบบมีความใส่ใจเป็นพิเศษ จิตตะ คือ มีความตั้งใจทํา ไม่ใช่ท่า ไปเรื่อย ๆ เหมือนหน้าที ถ้าอย่างนั้นความปีติ ๆ จะหย่อนลง แต่ถ้าเราใส่ใจ เดิมเคยถวายทาน อย่างไร วันนี้จะทําให้พิเศษมากขึ้น ประณีตขึ้น ใสใจยิ่งขึ้นทุกครั้ง ก็จะนำไปสู่ วิมังสา มีความ เข้าใจในการถวายทานมากขึ้น ๆ ถ้าอ

หัวข้อประเด็น

- การทำบุญและความปลื้ม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถ้าเราทำบุญเดิม ๆ ซ้ำกันทุกวันจนรู้สึก ไม่ปลื้มเท่ากับทําครั้งแรก จะมีวิธีแก้ไข อย่างไร? เราต้องรู้จักปรับใจให้ดี ถ้าเราทำบุญ จนกระทั่งรู้สึกว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง ถึงเวลา เข้าก็ตักบาตร ไม่ได้คิดอะไร อย่าง ความปลื้ม อาจจะลดลงได้ เพราะเกิดเป็นความเคยชิน ขึ้นมาแทน แต่ถ้าเรามีความตื่นตัว เอาหลัก อิทธิบาท ๔ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มาใช้ เราจะรู้สึกใหม่อยู่เสมอ ฉันทะ คือ เห็นประโยชน์ถึงทำ ไม่ใช่ทำ เพราะหน้าที่ วิริยะ คือ ทำแบบมีความใส่ใจเป็นพิเศษ จิตตะ คือ มีความตั้งใจทํา ไม่ใช่ท่า ไปเรื่อย ๆ เหมือนหน้าที ถ้าอย่างนั้นความปีติ ๆ จะหย่อนลง แต่ถ้าเราใส่ใจ เดิมเคยถวายทาน อย่างไร วันนี้จะทําให้พิเศษมากขึ้น ประณีตขึ้น ใสใจยิ่งขึ้นทุกครั้ง ก็จะนำไปสู่ วิมังสา มีความ เข้าใจในการถวายทานมากขึ้น ๆ ถ้าอย่างนี้ ถวายทานไปร้อยครั้ง พันครั้ง ครั้งที่หนึ่งร้อย และครั้งที่หนึ่งพันจะปลื้มมากกว่าครั้งแรกอีก เพราะเราตระหนักถึงคุณค่าและมีความตื่นตัว ใจเราก็ใหม่เสมอ ทำครั้งที่ร้อยมีความชำนาญ มากขึ้น ปีติก็พร้อมจะเกิดมากขึ้น เหมือนกับ คนนั่งสมาธิ ถ้าหากนั่งแบบตื่นตัว ตั้งใจนั่ง นั่งครั้งที่ร้อยจะก้าวหน้ามากขึ้น แต่คนไหน นั่งแบบทําหน้าที่ ถึงเวลาก็นั่ง พอเริ่มนั่งก็ เตรียมหลับ อย่างนี้นั่งครั้งที่ร้อยอาจจะก้าวหน้า ไปนิดเดียว บางคนทำถูกหลัก นั่งสมาธิครั้งแรก ได้ผลดีกว่าคนนั่งตั้งร้อยครั้ง เพราะมีความตื่นตัว มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ มีใจจดจ่อทำให้เกิด วิมังสา เข้าใจทํา เพราะฉะนั้นจะสร้างบุญ ด้วยการถวายทานก็ตาม ด้วยการปฏิบัติธรรม ๘๒ อยู่ในบุญ มกราคม ๒๕๕๙ ก็ตาม ถ้าครบองค์ประกอบอิทธิบาท ๔ ได้บุญ เยอะ ปิติไม่มีลด มีแต่เพิ่มตลอดเวลา ทำทานน้อยแต่ปลื้มมาก จะได้บุญ มากกว่าหามากปลื้มน้อยไหม? คําถาม น่าสนใจ พอตอบว่าปลื้มมาก ได้บุญมาก ปลื้มน้อยได้บุญน้อย บางคนก็คิด เลยว่า ถ้าอย่างนี้เราทำบุญนิดเดียว แล้วปลื้ม มาก ๆ ก็ได้บุญมากสิ ในความเป็นจริงถ้าเราปลื้มมากได้จริง ๆ ก็ได้บุญเยอะ แต่ว่าโดยธรรมชาติของคนเรา ถ้ามีจิตเลื่อมใสและมีทรัพย์มากคงจะไม่ทํา นิดเดียว คนที่ไม่ค่อยมีเงินท่าบุญนิดเดียวคือ เต็มทีของเขาแล้ว แต่คนที่มีทรัพย์มากเขาก็จะ ท่าเต็มที่ไปตามส่วนของเขา บุญก็ยิ่งเกิดทับทวี เมื่อเจตนาบริสุทธิ์แล้ว และทรัพย์มีอยู่ ไทยธรรมมีอยู่ ก็จะถวายเต็มกำลังศรัทธา ดังที่พระนางมัลลิกากับพระเจ้าปเสนทิโกศล ถวายอสทิสทานหรือทานที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน หรือที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างพระเชตวัน- มหาวิหาร แค่ซื้อที่ดินก็ยอมเอาเงินมาปูเรียง เคียงกันเพื่อซื้อแผ่นดิน เพราะว่าเกิดปีติศรัทธา ถ้าเรามีทรัพย์ล้านหนึ่ง แล้วทำบุญบาทหนึ่ง และคิดว่าจะมาปีติเยอะ ๆ แบบนี้ปีติไม่มีทาง เกิดหรอก เพราะว่าความตระหนี่ครอบงำาใจอยู่ ปีติจะเกิดขึ้นเมื่อสามารถขจัดความตระหนี่ได้ เหมือนที่มหาทุคตะติดใจถวายผ้าเก่า ๆ ที่มี อยู่ผืนเดียวแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วเกิด ปีติซาบซ่าน เพราะว่าจิตที่ประกอบด้วยศรัทธา เต็มเปี่ยมมีกำลังครอบงำความตระหนี่ให้สยบ ลงไปได้ แต่ถ้ามีเงินล้าน ทำบุญบาทหนึ่ง สลึง หนึ่ง แล้วบอกว่าเราจะมีปีติเยอะ ๆ มันได้แต่ ค่าพูด ในความเป็นจริงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นขอให้ท่าเต็มกาลังศรัทธา ท่าแล้ว ๆ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More