ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไว้ข้างหัวเรือมาไว้ใกล้ตัวข้างท้ายเรือ ก็ถือท้าย
เรื่อยไป ใกล้ออกจากลัดเต็มที่ น้ำก็ขึ้น เรือข้าว
ที่หนักก็ตามหัวน้ำขึ้นสวนเข้ามาประดังกันแน่น
จีนก็ส่งเสียงแต่ว่า ตู้อ่า ๆ ประดังกันแน่น ออก
ก็ไม่ได้ เข้าไปไม่ได้ น้ำก็น้อยเลยต้องต่างฝ่าย
ต่างก็ปักหลักกรานหน้าจอดกันนิ่งอยู่ เราเป็น
คนสุดท้าย ผ่านพ้นอันตรายมาแล้วก็มาคิดว่า การ
หาเงินหาทอง ลำาบากจริง ๆ เจียวหนา บิดา
ของเราก็หามาดังนี้ เราก็หาซ้ำรอยบิดาตามบิดา
บ้าง เงินแลทองที่หากันทั้งหมดด้วยกันนี้ต่างคน
ก็ต่างหาไม่มีเวลาหยุดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าใคร
ไม่เร่งรีบหาให้มั่งมีก็เป็นคนต่าและเลว ไม่มีใคร
นับถือแลคบหา เข้าหมู่เขาก็อายเขาเพราะเป็น
คนจนกว่าเขา ไม่เทียมหน้าเทียมบ่าเทียมไหล่
กับเขา บุรพชนต้นสกุลของเราก็ทำกันมาดังนี้
เหมือน ๆ กัน จนถึงบิดาของเราแลตัวของเราบัดนี้
ก็บัดนี้บุรพชนแลบิดาของเราไปทางไหน
หมด ก็ปรากฏแก่ใจว่าตายหมดแล้ว แล้วตัวของ
เราเล่า ก็ต้องตายเหมือนกัน แต่พอคิดถึงตาย
ขึ้นมาดังนี้แล้ว ใจก็ชักเสียว ๆ นึกถึงความตาย
ที่จะมาถึงตัวโดยไม่มีสงสัยเลย เราต้องตายแน่ ๆ
บิดาเราก็มาล่องข้าวขึ้นจากเรือข้าว ที่เจ็บมา
จากตามทางแล้วขึ้นจากเรือข้าวไม่ได้ วัน
ก็ถึงแก่กรรม เมื่อถึงแก่กรรมแล้ว เราที่ช่วย
พยาบาลอยู่ไม่ได้เห็นเลยที่จะเอาอะไรผิดไป
ผ้าที่นั่งแลร่างกายของแกเราก็ดูแลอยู่ ไม่เห็นมี
อะไรหายไป ทั้งตัวเราแลพี่น้องของเราที่เนื่องด้วย
แกตลอดถึงมารดาของเราก็อยู่ ไม่เห็นมีอะไรเลย
ที่ไปด้วยแก แกไปผู้เดียวแท้ ๆ ก็ตัวเราเล่า
ต้องเป็นดังนี้ เคลื่อนความเป็นอย่างนี้ไปไม่ได้แน่
เมื่อคิดตกลงใจดังนี้แล้วก็ลองทำเป็นตายดู
นอนแผ่ไปที่ท้ายเรือแล้วก็ทำตาย ตายแล้ว
ทำไปหาคนที่เป็นญาติบ้าง พี่น้องบ้าง เพื่อนที่
ชอบกันบ้าง เขาก็ไม่เห็นเรา เพราะเราเป็นผี เราก็
เอาก้อนดินบ้างไม้บ้าง โยนหรือปาเข้าไปให้ถูก
เพราะเขาไม่เห็นตัวเรา เขาก็ต้องบอกผีโยนมา
หรือปาเข้ามา ไปหาคนโน้นก็ไม่เห็น มาหาคนนี้
ก็ไม่เห็น คิดไปดังนี้แหละจนเผลอตัว แต่พอรู้สึกตัว
ขึ้นมาก็รีบลุกขึ้นจุดธูปอธิษฐานในใจของตัวเองว่า
ขออย่าให้เราตายเสียก่อน ขอให้บวชเสียก่อนเถิด
ถ้าบวชแล้วไม่ลึกจนตลอดชีวิต ตรงนี้บวชจริง
มาเสียแต่อายุ ๑๕ ปีเศษแล้ว ตั้งแต่นั้นก็
ประกอบอาชีพตามปรกติของพ่อค้า จนอายุครบ
๒๒ ปี แล้วก็ปรารภถึงการบวชในปีนั้น...
สืบเนื่องมาจากการที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิตเหนือผืนน้ำ
คลองบางนางแท่น ด้วยเหตุนี้คลองบางนางแท่นจึงจัดเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งในชีวิต
ของพระเดชพระคุณหลวงปู่ ดังนั้น คณะศิษยานุศิษย์ของท่านนำโดยพระเทพญาณมหามุนี
(หลวงพ่อธัมมชโย) จึงร่วมใจกันสถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ขึ้นในบริเวณ
ริมคลองบางนางแท่น อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญ
ในครั้งนั้น โดยจัดให้มีพิธีตอกเสาเข็มมงคล "สุวรรณรัตนอินทขิล” ซึ่งเป็นเสาเข็มต้นแรกของ
มหาวิหารแห่งนี้ ในวันพระขึ้น
ระขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑ ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
มกราคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๓๑