ข้อความต้นฉบับในหน้า
อนุศักดิ์ โชคมีศีล
“แม่กูไม่น่าเอาเลือดชั่วๆ อย่างมึงมาเลี้ยงเลย!! "
อัสนีบาตฟาดลงมาด้วยกำลังแรงน่าสะพึงกลัว ยังไม่ทำ
ให้ อนุศักดิ์ โชคมีศีล รู้สึกตกตะลึงในความฝันได้เท่านี้
แล้วพบว่า ตัวเองได้ยินกับหูจริงๆ คำพูดของคนที่ตนคิดว่า
เป็นพี่สาวรุนแรงยิ่งกว่าสายฟ้าโค่นต้นไม้ใหญ่ ทำลายก้อนอิฐ
ก้อนหินหรือแก้วมณี ให้ย่อยยับคาดิน
“แม่กู” ไม่ใช่แม่ของเขาด้วยหรือ?
ทุกคืนเขาฝัน และร้องไห้น้ำตาร่วงโดยไม่รู้ตัวว่าสะอื้นและ
มีนํ้าตาไหลออกมาติดต่อกัน 3-4 เดือน มันเป็นเรื่องที่
สะเทือนใจมากจนลืมไม่ลง แม้เหตุการณ์อันโหดร้ายจะผ่าน
ไปได้ 37 ปีแล้ว
ตอนอายุ 17 ปีหลังจากที่ย่าและแม่เสียชีวิต เขาเริ่มรู้
เลาๆ จากลูกของอาว่าเขาไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพ่อแม่ พออายุ
19 ปี เขาจึงเดินทางไปอเมริกาทั้งๆ ที่ไม่อยากไป เพราะ
กำลังจะมีร้านซ่อมนาฬิกาเป็นของตัวเอง เขาไม่ชอบพูดภาษา
อังกฤษ แต่ต้องไปเพราะไม่อยากได้ยินใครพูดเข้าหูอีกว่า เขา
เป็นลูกกำพร้า
แม้จะข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงอเมริกา ยังอุตส่าห์มีคนว่าเขา
เป็นลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจนได้ เขากลายเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่
เป็นคนแปลกหน้าของตัวเอง ในใจของเขามีคำถามรบกวน
จิตใจซ้ำๆ ว่า เขาเป็นใครมาจากไหน? ใครคือพ่อแม่ที่แท้
จริงของเขา? แล้วคนที่เขาเรียกพ่อแม่และยาเป็นใคร? มี
ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กเล็กๆ ที่ร้องหาพ่อแม่จนล่วง
เข้าวัยกลางคน จู่ๆ อดีตของเขากลายเป็นเรื่องลึกลับเหมือน
กําเนิดของจักรวาล เหลือแต่ตัวเขาโดดเดี่ยวเดียวดายใน
อเมริกา... และในโลกอันเวิ้งว้างที่หล่อเลี้ยงด้วยคำพูดแสน
6
case study
7
กฏแห่งกรรม